แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาวเวอร์แบงค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาวเวอร์แบงค์ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
โคมไฟ พาวเวอร์แบงค์ และสินค้าไอทีมากมาย
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมงานมหกรรมเทคโนโลยีแอลอีดีแห่งอาเซียน "แอลอีดี เอ็กซ์โป ไทยแลนด์ 2015" งานแสดงสินค้านานาชาติด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แอลอีดี กว่า 350 บริษัทชั้นนำมาทั่วโลก พร้อมมีการสัมมนาไทยแลนด์ แอลอีดี ซัมมิท จากกูรูชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน และมีการสาธิตการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีแอลอีดี ในหลากหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 พ.ค. 2558 เวลา 11.00-20.00 น. ที่อาคาร 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2833-5328
ลด ละ เลิกบุหรี่...เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จัดงาน "วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2558" ในการรณรงค์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงโทษ พิษภัย และผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ในวันงดสูบบุหรี่โลกซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2558 ณ แคสคาต้า ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค
ฉลองรับซัมเมอร์ของชาวสวีเดน อิเกีย จัดงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองเทศกาล "มิดซอมมาร์" ให้กับ สมาชิก อิเกีย แฟมิลี่ ให้ได้เต็มอิ่มไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารสวีดิชนานาชนิดอาทิ แซลมอนหมัก, ปลาเฮอร์ริ่งในซอสมัสตาร์ด, ครีมพายรูบาร์บ ฯลฯ เริ่มจัดจำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้ สำหรับผู้ใหญ่ราคา 350 บาท, เด็กอายุ 4-10 ขวบ ในราคา 150 บาท และเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 มิ.ย. 2558 เวลา 17.00-19.00 น. และ 19.30-21.30 น. ณ อิเกีย บางนา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม www.IKEA.co.th
มาเธอร์แคร์ จัดโปรโมชั่นสุดประหยัด "มิด ซีซั่น เซล" เอาใจหนูน้อยชอบแต่งตัว เพียงซื้อสินค้า 2 ชิ้น ลดราคาร้อยละ 15 ซื้อสินค้า 3 ชิ้น ลดราคาร้อยละ 20 เฉพาะเสื้อผ้า และรองเท้า ตลอดเดือน พ.ค. นี้
ลอฟท์ ชวนอัพเดทเทรนด์ และช้อปสินค้าไอทีสุดล้ำให้กับทุกไลฟ์สไตล์ ในแคมเปญ "ลอฟท์ นิว เทรนดี้ แก็ดเจ็ท" รวบรวมสินค้าไอทีมาให้ช้อปมากมาย อาทิ ไม้เซลฟี่สุดชิค, ลำโพงดีไซน์ล้ำสมัย, โคมไฟ พาวเวอร์แบงค์ และสินค้าไอทีอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 มิ.ย. 2558 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/loftbangkok
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญเที่ยวงาน "ยูเอสเอ แฟร์ 2015 แอท เซ็นทรัลเวิลด์" พบกับสินค้าสัญชาติอเมริกันมาให้ช้อปกว่า 10,000 รายการอย่างจุใจในราคาสุดพิเศษ และร่วมกิจ กรรมลุ้นรับไอโฟน 6 ทุกวัน ระหว่างวันที่ 29-31 พ.ค. นี้ ทั่วทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เอาใจสาวกเรือนเวลา ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จัดงาน "แฟชั่น วอช แฟร์" พบกับแฟชั่นนาฬิกาหลากหลายดีไซน์มากกว่า 40 แบรนด์ดัง อาทิ เบบี้จี, ดีเคเอ็นวาย, ดีเซลล์, มาร์ค บาย มาร์ค เจคอป ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดราคาสูงสุดถึงร้อยละ 70 ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 พ.ค. 2558 ณ บริเวณชั้น แอลจี, จี, เอ็ม ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558
รีวิว พาวเวอร์แบงค์ พร้อมซองผ้าสุดเก๋
ปีใหม่ที่ผ่านมา ป๋ารัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วพบปัญหาแบตมือถือไม่พอ ขนาดพก พาวเวอร์แบงค์ แล้วยังเอาไม่อยู่เพราะตัวเก่าประจุมันน้อยแค่ 4,000 mAH เอง กลับมาออฟฟิศมี พาวเวอร์แบงค์ มาให้รีวิวพอดี หลังจาก อ่านสเปคแล้วแอบอยากได้ตะหงิดๆเพราะแบตจุมากถึง 8100 mAH แถมยังปล่อยไฟออกด้วยความแรงตั้ง 1.5 A แน่ะ
สายชาร์จไม่ยาว ไม่เกะกะ และชาร์จไฟได้เร็วขึ้น
สายชาร์จสั้นดีกว่าสายชาร์จยาวเพราะค่าความต้นทานน้อยกว่า ทำให้ไฟฟ้าไหลเข้าสู่สมาร์ทโฟนได้ไวขึ้น (เพราะโลหะที่เป็นตัวต้านทานมีน้อยกว่าจากระยะทางที่สั้นกว่า) อีกทั้งยังพับเก็บง่ายไม่เกะกะ ใส่ซองพร้อมกับตัว Power Max ได้เลย
ชอบที่ปล่อยไฟออก 1.5 A แบตเต็มไวมาก
คนส่วนมากจะมอง พาวเวอร์แบงค์ ที่ความจุไฟเป็นหลักไม่ได้มองที่ output เสียเท่าไหร่ โดยส่วนมากแล้ว สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเราจะรับไฟเข้าได้ 1A-2 A การที่ Power max ปล่อยไฟออกมา 1.5 A จึงมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่ชาร์จจะสามารถทำให้ชาร์จได้ไวกว่า Power Bank ที่ปล่อยประจุออกแค่ 1A แน่นอน
ความจุ 8100 mAH คิดแบบถัวๆ ชาร์จแบตได้เต็ม 3-4 รอบ
แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในท้องตลาด มักจะอยู่ที่ราว 2000-3000 mAH ด้วยความจุของ Power Max เราจึงชาร์จสมาร์ทโฟนของเราได้อย่างน้อยที่สุดสองรอบแน่ๆ อาจชาร์จได้มากถึง 4 รอบเลยก็ได้ถ้าสมาร์ทโฟนของเรามีแบตน้อยกว่า 2000 mAH แถมขนาดเครื่องก็ไม่ใหญ่มาก ถือได้พอดีมือ
ซองผ้ากำมะหยี่น่ารักดี ให้คะแนนด้านความเอาใจใส่
เรื่องซองนี่บอกเลยว่า ประทับใจมาก ไม่ค่อยได้เห็น พาวเวอร์แบงค์ แถมซองผ้าแบบนี้ซักเท่าไหร่ โอเคค่างวดซองผ้าอาจไม่ได้แพงอะไร แต่มันคือความใส่ใจและความสะดวกของผู้ใช้ อันนี้ให้คะแนนเรื่องความเอาใจใส่ไปเลยครับ
สรุป
Power Max ออกแบบความจุมาได้เหมาะกับคนเมืองที่ใช้แบตกันฮวบฮาบ(ไม่ควรต่ำกว่า 5000 mAH ถึงจะเอาอยู่) มีซองผ้าให้ทำให้เก็บและพกพาได้สะดวก การจ่ายไฟ Output แรงมากที่ 1.5 A ทำให้ใช้ไปชาร์จไปก็ยังชาร์จให้เต็มได้ โดยรวมแล้วจัดว่าน่าใช้มาก ใครสนใจสามารถสอบถามได้จากห้างสรรพสินค้าชั้นนำใกล้บ้านได้เลยครับ
CR : http://tech.mthai.com/review/45086.html
แกะกล่อง
ปกติแล้ว พาวเวอร์แบงค์ เจ้าไหนก็เหมือนๆกันหมด อาจมีฟีเจอร์ไฟฉายแถมมาบ้างซึ่งก็ไม่ได้ค่อยได้ใช้เสียเท่าไหร่ แต่เจ้า Power Max เหมือนจะรู้ใจว่า พาวเวอร์แบงค์ เปลือยๆมันกระทบกระแทกของในกระเป๋า พี่แกเลยแถมซองผ้ากำมะหยี่มาให้ด้วย อาจดูเล็กน้อยแต่สะดวกมากในการพกเก็บพร้อมสายชาร์จจริงๆนะเออ
สายชาร์จไม่ยาว ไม่เกะกะ และชาร์จไฟได้เร็วขึ้น
สายชาร์จสั้นดีกว่าสายชาร์จยาวเพราะค่าความต้นทานน้อยกว่า ทำให้ไฟฟ้าไหลเข้าสู่สมาร์ทโฟนได้ไวขึ้น (เพราะโลหะที่เป็นตัวต้านทานมีน้อยกว่าจากระยะทางที่สั้นกว่า) อีกทั้งยังพับเก็บง่ายไม่เกะกะ ใส่ซองพร้อมกับตัว Power Max ได้เลย
ชอบที่ปล่อยไฟออก 1.5 A แบตเต็มไวมาก
คนส่วนมากจะมอง พาวเวอร์แบงค์ ที่ความจุไฟเป็นหลักไม่ได้มองที่ output เสียเท่าไหร่ โดยส่วนมากแล้ว สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเราจะรับไฟเข้าได้ 1A-2 A การที่ Power max ปล่อยไฟออกมา 1.5 A จึงมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่ชาร์จจะสามารถทำให้ชาร์จได้ไวกว่า Power Bank ที่ปล่อยประจุออกแค่ 1A แน่นอน
ความจุ 8100 mAH คิดแบบถัวๆ ชาร์จแบตได้เต็ม 3-4 รอบ
แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในท้องตลาด มักจะอยู่ที่ราว 2000-3000 mAH ด้วยความจุของ Power Max เราจึงชาร์จสมาร์ทโฟนของเราได้อย่างน้อยที่สุดสองรอบแน่ๆ อาจชาร์จได้มากถึง 4 รอบเลยก็ได้ถ้าสมาร์ทโฟนของเรามีแบตน้อยกว่า 2000 mAH แถมขนาดเครื่องก็ไม่ใหญ่มาก ถือได้พอดีมือ
ซองผ้ากำมะหยี่น่ารักดี ให้คะแนนด้านความเอาใจใส่
เรื่องซองนี่บอกเลยว่า ประทับใจมาก ไม่ค่อยได้เห็น พาวเวอร์แบงค์ แถมซองผ้าแบบนี้ซักเท่าไหร่ โอเคค่างวดซองผ้าอาจไม่ได้แพงอะไร แต่มันคือความใส่ใจและความสะดวกของผู้ใช้ อันนี้ให้คะแนนเรื่องความเอาใจใส่ไปเลยครับ
สรุป
Power Max ออกแบบความจุมาได้เหมาะกับคนเมืองที่ใช้แบตกันฮวบฮาบ(ไม่ควรต่ำกว่า 5000 mAH ถึงจะเอาอยู่) มีซองผ้าให้ทำให้เก็บและพกพาได้สะดวก การจ่ายไฟ Output แรงมากที่ 1.5 A ทำให้ใช้ไปชาร์จไปก็ยังชาร์จให้เต็มได้ โดยรวมแล้วจัดว่าน่าใช้มาก ใครสนใจสามารถสอบถามได้จากห้างสรรพสินค้าชั้นนำใกล้บ้านได้เลยครับ
CR : http://tech.mthai.com/review/45086.html
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558
เช็คระยะ "พาวเวอร์แบงค์" ส่องยุทธศาสตร์รอบกรุง
![]() |
| ห้างไอที |
สำรวจห้างไอทีรอบกรุงยุคตลาดพีซีซบเซา
ขณะที่ตลาดโมบายเดินทางมาใกล้ถึงจุดอิ่มตัว เติบโตได้ไม่หวือหวาเหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา วิกฤติ "พีซี" ตัวเอกผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แม้ดูเหมือนเริ่มมีทิศทางเชิงบวก ทว่าต้องยอมรับว่าจนขณะนี้ยังไม่ถึงกับฟื้น หรือเรียกได้เต็มปากว่าพ้นภาวะซบเซามาแล้ว
ผลพวงจากประเด็นดังกล่าวผู้ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนมีตั้งแต่ผู้ค้ารายใหญ่ไปจนถึงรายย่อย "กรุงเทพไอที" พาไปสำรวจห้างค้าปลีกไอทีชั้นนำซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับกระจายสินค้าสู่เมืองกรุงและหัวเมืองใหญ่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่าสาขาประตูน้ำ, ไอที มอลล์ ฟอร์จูน และเซียร์รังสิต ไปดูว่าขณะนี้ผู้ค้า ผู้ขายเขาอยู่และปรับตัวกันอย่างไร
โดยแห่งแรก จากการเดินสำรวจห้างสรรพสินค้า"เซียร์รังสิต"พบว่า ช่วงวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์เวลาเช้าถึงบ่าย บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบเเหงา แต่จะเริ่มคึกคักช่วงเย็นหลังเลิกงาน
สำหรับการวางสินค้า ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของอุปกรณ์เสริมสำหรับคอมพิวเตอร์ เช่น เมาส์สายไฟ พัดลมโน้ตบุ๊ค แฮนดี้ไดร์ฟ เอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ ชิ้นส่วนคอมพ์ประกอบเอง (ดีไอวาย) หรือรับบริการเติมหมึกพรินเตอร์
ทั้งนี้ หากเป็นร้านค้าปลีกรายใหญ่ หรือสาขาย่อยของดิสทริบิวเตอร์แบรนด์ดัง นอกจากโน้ตบุ๊คหรือเครื่องเดสก์ท็อปแบรนด์ที่ประกอบมาแบบสำเร็จรูปแล้วก็จะมีผลิตภัณฑ์มือถือขายคู่กันไปด้วย
เกมมิ่งได้ไปต่อ
ที่น่าสนใจพบว่าตลาดเกมค่อนข้างเฟื่องฟูอย่างมาก โดยมีทั้งอุปกรณ์เสริม เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง จากการสอบถามผู้ขายสินค้าดังกล่าว เธอบอกว่าทำยอดขายได้ค่อนข้างดี กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น ซึ่งบางคนตั้งใจมาซื้อคีย์บอร์ดราคาหลัก 4,000 บาทขึ้นไปเลยก็มี
ขณะที่ผู้ประกอบการอีกรายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวกันนี้เล่าว่า ลูกค้าจะหนาแน่นช่วงเย็นวันศุกร์ ตลอดวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ทั้งนี้ไม่คึกคักเหมือน 5-10 ปีก่อนหน้านี้ที่แทบไม่มีทางให้เดิน เหตุผลน่าจะเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี
อย่างไรก็ตาม การค้าขายที่นี่หนีไม่พ้นวัฏจักรโมบายบูม ร้านค้าย่อยหลายร้าน นอกจากมีสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ที่ทำกำไรได้ดีแล้ว ส่วนใหญ่นำอุปกรณ์เสริมสำหรับอุปกรณ์โมบายอย่างเคส สายไฟ ปลั๊กไฟ เข้ามาเสริมด้วย
นอกจากนี้ ที่อยู่ได้มีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่องจะเป็นร้านที่รับทำแทงก์ปลอม เติมหมึก หรือลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ
พันธุ์ทิพย์สุดเหงา
ขณะที่ห้าง "พันธุ์ทิพย์พลาซ่า" บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบเหงา การวางจำหน่ายสินค้ามีอยู่หลากหลายทั้งร้านโน้ตบุ๊ค คอมพ์ประกอบเอง ร้านรับซ่อม ขายอุปกรณ์เสริมคอมพ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงของเล่นไฟฟ้า ทว่าน้อยลงอย่างมากหากเทียบกับยุคเฟื่องฟู
อย่างไรก็ดี ที่เพิ่มเข้ามาให้เห็นอย่างชัดเจนหนีไม่พ้นสินค้ากลุ่มโมบาย โดยนอกจากชั้นเอ็มที่กินพื้นที่ไปทั้งชั้นแล้ว มีร้านค้าย่อยๆ วางขายอุปกรณ์เสริมตามชั้นอื่นๆ โดยรวมไม่ต่างกับที่อื่นๆ คือมีสินค้าประเภทสายชาร์จ ปลั๊ก เพาเวอร์แบงก์ และอุปกรณ์เสริมสำหรับการถ่ายภาพจำหน่าย
ผู้ค้าร้านอุปกรณ์เสริมมือถือรายหนึ่งเล่าพร้อมกับส่ายหัวว่า ช่วงนี้ขายไม่ค่อยดี วันหนึ่งๆ ทำยอดได้เพียง 1,000 กว่าบาท จริงๆ แล้วอุปกรณ์จำพวก พาวเวอร์แบงค์ พวกนี้ยังได้รับความนิยมสูงอยู่ แต่มีคนขายของเหมือนกันมากเกินไป
สินค้าซ้ำกันมากเกินไปเลยเป็นแบบนี้
ส่วนผู้ค้าอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ช่วงเช้าจะเงียบมาก ลูกค้าส่วนใหญ่จะทยอยเข้ามาช่วงบ่าย และหนาแน่นมากขึ้นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนวันธรรมดาจะค่อนข้างเงียบดังที่เห็น คนที่มาเดินดูสินค้ามีทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ลุ้นยอดวันหยุด
ขณะที่ ผู้ค้าร้านรับซ่อมคอมพ์อีกรายบอกตรงกันว่า คนจะมากขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่เงียบเหงาส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะห้างยังรีโนเวทไม่เสร็จเรียบร้อย ทางร้านมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ แต่โดยรวมถือว่าเงียบไม่เหมือนกับหลายปีก่อนที่แน่นมากจนต้องเดินเบียดกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีร้านค้าปิดกิจการและปิดป้ายประกาศให้เช่าพื้นที่ต่อรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คูหา ร้านคอมพ์ที่ยังอยู่ มีขนาดใหญ่ สินค้ามากกว่ารายย่อยจะเป็นสาขาย่อยของบิ๊กค้าปลีก เช่น เจไอบี บานาน่า และแฟลกชิพสโตร์ของแบรนด์ต่างๆ เท่าที่สังเกตลูกค้าที่มาจะเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับอัพเกรดคอมพ์ประกอบหรือนำมาซ่อมมากกว่าซื้อเครื่องใหม่
เมื่อสอบถามไปยังผู้ค้า ได้ข้อสรุปด้วยว่า ทุกวันนี้ลูกค้าต่างมีความรู้ มีการตรวจสอบข้อมูล และมีสเปคในใจมาเรียบร้อยแล้ว เช่นลูกค้าที่มาซื้อพีซีเครื่องใหม่ มักเลือกสินค้าที่ตรงตามการใช้งาน ส่งผลให้ยอดขายเดสก์ท็อปแบรนด์กับประกอบเองใกล้เคียงกัน โดยคนที่ใช้งานทั่วไปจะเลือกแบรนด์มากกว่า ส่วนเกมเมอร์หรือใช้งานเฉพาะอย่างกราฟฟิกจะเลือกแบบประกอบเองมากกว่า
ฟอร์จูนเข้าวิน
มาถึง "ไอที มอลล์ ฟอร์จูน" แม้ไม่อาจใช้คำว่าคึกคักได้เต็มที่ ทว่าในบรรดาศูนย์การค้า 3 แห่ง ที่เดินทางไปสำรวจบรรยากาศดูมีสีสันมากที่สุด นอกจากร้านขายคอมพ์ มือถือ อุปกรณ์เสริม ยังมีสินค้าเฉพาะทาง เช่น ระบบกล้องวงจรปิด เครื่องเล่นเกม ขณะเดียวกันร้านขายกล้องและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพสำหรับมือโปรยังมีมากขึ้นและคึกคักอย่างมาก
ที่น่าสนใจ สินค้าอุปกรณ์เสริมที่นำมาจำหน่ายแม้มองแง่การใช้งานจะซ้ำกับที่วางขายอยู่ทั่วๆ ไป กับที่อื่นๆ ทว่าผู้ค้าพยายามเพิ่มความหลากหลายทั้งรูปแบบและสีสัน ไม่ตกกระแส บางร้านมีอุปกรณ์เสริม เช่น ไม้เซลฟี่มีอยู่กว่า 10 รูปแบบ ขาตั้งมือถือมากกว่า 20 รูปแบบ
มากกว่านั้น ทางห้างยังจัดอีเวนท์ขายสินค้าประเภทนอนไอที เช่นสำหรับนักปั่นจักรยาน ทำให้การค้า
การขาย มีสีสันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ประกอบการรายหนึ่งกล่าวว่า ปกติลูกค้าจะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ตลอดวัน แต่จะมากเป็นพิเศษช่วงเย็นหรือเสาอาทิตย์ ทว่าช่วงต้นเดือนเม.ย. ค่อนข้างเงียบอาจเป็นเพราะใกล้วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ หรืออาจติดเกณฑ์ทหาร
วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2558
FLUXMOB BOLT พาวเวอร์แบงค์ จิ๋วมีที่ชาร์จในตัว
FLUXMOB BOLT เป็น พาวเวอร์แบงค์ ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับพาวเวอร์แบงค์ทั่วไป สามารถเก็บใส่กระเป๋าใบเล็กๆได้อย่างไม่เกะกะนัก ดีไซน์ออกมาในแนว minimalist ที่เรียบง่ายแต่ดูดี เป็นพาวเวอร์แบงค์ที่หน้าตาค่อนข้างหล่อและดึงดูดสายตาของผู้พบเห็นอยู่พอสมควร
เริ่มกันที่รูปทรงและขนาด
ขอบและมุมของ FLUXMOB ค่อนข้างคมมาก จึงไม่เหมาะกับการพกพาเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงเสียเท่าไหร่ จะเป็นการดีกว่าถ้าพกมันไว้ในกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเครื่องสำอางค์ หรือ กระเป๋าเอกสาร ด้วยขนาดที่เล็กทำให้มันสามารถอยู่ในกระเป๋าใบไม่ใหญ่ได้อย่างไม่เกะกะเทอะทะเสียเท่าไหร่
มีปลั๊กไฟในตัว
ฟีเจอร์นี้ถือว่าประหลาดใจ ใครจะไปนึกว่า พาวเวอร์แบงค์ ตัวเล็กขนาดนี้จะมีที่ชาร์จไฟในตัว ไม่ต้องลำบากลำบนไปหาสายมาต่อเพื่อชาร์จไฟให้วุ่นวาย การมีปลั๊กไฟในตัวของพาวเวอร์แบงค์ถือเป็นฟีเจอร์ที่ดีมาก ในส่วนนี้ถือว่า FLUXMOB ได้คะแนนพิศวาสไปครับ
ชาร์จไฟ+ชาร์จแบตมือถือพร้อมกันได้
แทนที่ชาร์จไฟให้ FLUXMOB BOLT แล้วต้องเสียรูปลั๊กไปหนึ่งรู เราสามารถนำมันไปชาร์จไฟ แล้วเอาสาย USB เชื่อมเพื่อชาร์จแบตให้กับมือถือหรือแท็บเล็ตได้เลยทันที ไม่ต้องรอให้มันแบตเต็มก่อนแล้วผลัดกันใช้รูชาร์จให้เสียเวลา
แบตน้อยไปนิด 3000 mAH
แบตเตอรี่ระดับ 3000 mAH สำหรับมือถือยุคนี้ออกจะน้อยไปนิด ถ้าต้องการพาวเวอร์แบงค์สำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟน 1 เครื่องในเวลา 1 วัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แต่ถ้าล่วงเข้าวันที่สองบอกได้เลยว่าไม่พอแน่ๆ ดังนั้น มันจึงเหมาะกับการใช้งานช่วงสั้นๆ มากกว่าการแบ็คแพคต่อเนื่อง 3-4 วันครับ
สรุปการใช้งาน
FLUXMOB BOLT เป็น พาวเวอร์แบงค์ ขนาดเล็กกระทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานใน 1 วันสำหรับเติมพลังงานให้กับสมาร์ทโฟนทั่วไป ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าแกดเจ้ดชิ้นนี้ยังสามารถนำมาวางประดับโต๊ะเป็นของตบแต่งได้อีกด้วย หากใครสนใจสามารถสอบถามราคาและหาซื้อได้ตามร้าน .Life บนห้างสรรพสินค้าชั้นนำได้เลยครับ
CR : Mthai
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ ที่ดูดึงดูดสายตาของผู้พบเห็น |
เริ่มกันที่รูปทรงและขนาด
ขอบและมุมของ FLUXMOB ค่อนข้างคมมาก จึงไม่เหมาะกับการพกพาเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงเสียเท่าไหร่ จะเป็นการดีกว่าถ้าพกมันไว้ในกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเครื่องสำอางค์ หรือ กระเป๋าเอกสาร ด้วยขนาดที่เล็กทำให้มันสามารถอยู่ในกระเป๋าใบไม่ใหญ่ได้อย่างไม่เกะกะเทอะทะเสียเท่าไหร่
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ จิ๋วไม่เกะกะเทอะทะ |
มีปลั๊กไฟในตัว
ฟีเจอร์นี้ถือว่าประหลาดใจ ใครจะไปนึกว่า พาวเวอร์แบงค์ ตัวเล็กขนาดนี้จะมีที่ชาร์จไฟในตัว ไม่ต้องลำบากลำบนไปหาสายมาต่อเพื่อชาร์จไฟให้วุ่นวาย การมีปลั๊กไฟในตัวของพาวเวอร์แบงค์ถือเป็นฟีเจอร์ที่ดีมาก ในส่วนนี้ถือว่า FLUXMOB ได้คะแนนพิศวาสไปครับ
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ สุดเจ๋งที่ชาร์จพับเก็บได้ |
ชาร์จไฟ+ชาร์จแบตมือถือพร้อมกันได้
แทนที่ชาร์จไฟให้ FLUXMOB BOLT แล้วต้องเสียรูปลั๊กไปหนึ่งรู เราสามารถนำมันไปชาร์จไฟ แล้วเอาสาย USB เชื่อมเพื่อชาร์จแบตให้กับมือถือหรือแท็บเล็ตได้เลยทันที ไม่ต้องรอให้มันแบตเต็มก่อนแล้วผลัดกันใช้รูชาร์จให้เสียเวลา
![]() |
| ใช้ พาวเวอร์แบงค์ ชาร์จให้สมาร์ทโฟน |
แบตน้อยไปนิด 3000 mAH
แบตเตอรี่ระดับ 3000 mAH สำหรับมือถือยุคนี้ออกจะน้อยไปนิด ถ้าต้องการพาวเวอร์แบงค์สำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟน 1 เครื่องในเวลา 1 วัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แต่ถ้าล่วงเข้าวันที่สองบอกได้เลยว่าไม่พอแน่ๆ ดังนั้น มันจึงเหมาะกับการใช้งานช่วงสั้นๆ มากกว่าการแบ็คแพคต่อเนื่อง 3-4 วันครับ
![]() |
| ขณะพับเก็บปลั๊กสำหรับชาร์จ พาวเวอร์แบงค์ |
สรุปการใช้งาน
FLUXMOB BOLT เป็น พาวเวอร์แบงค์ ขนาดเล็กกระทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานใน 1 วันสำหรับเติมพลังงานให้กับสมาร์ทโฟนทั่วไป ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าแกดเจ้ดชิ้นนี้ยังสามารถนำมาวางประดับโต๊ะเป็นของตบแต่งได้อีกด้วย หากใครสนใจสามารถสอบถามราคาและหาซื้อได้ตามร้าน .Life บนห้างสรรพสินค้าชั้นนำได้เลยครับ
CR : Mthai
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558
"DD2U" แฟรนไชส์รถขายอุปกรณ์ พาวเวอร์แบงค์ เปิดตลาดใหม่ สวนวิกฤตยุคขาลง
เมื่อแนวโน้มยอดขายอุปกรณ์ไอทีในตลาดเมืองกรุงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทผู้นำเข้าสินค้าประเภทนี้เริ่มปรับตัวทางธุรกิจ เสนอทางเลือกใหม่ รูปแบบแฟรนไชส์ แบรนด์ "DD2U" รถโมบายล์ขายสินค้าไอทีครบวงจร ลุยตระเวนขายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงตามแหล่งชุมชนในพื้นที่ต่างจังหวัดห่างไกล ที่เชื่อว่ายังเป็นตลาดใหม่ มีความต้องการสินค้าอุปกรณ์ไอทีอีกมาก
| ผู้จัดการฝ่ายการตลาด |
ภูเบศ โกยวานิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิจิแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าที่มาที่ไปของธุรกิจแฟรนไชส์ "DD2U" ให้ฟังว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าสินค้าอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ส่งสินค้าให้ตัวแทนขายทั่วประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมามีสัญญาณชัดเจนว่าตลาดสินค้าอุปกรณ์ไอที โดยเฉพาะในเมืองหลวง ยอดขายลดลงชัดเจนและต่อเนื่อง สาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากเคยใช้คอมพิวเตอร์ซีพี หรือโน้ตบุ๊กเป็นหลัก หันไปใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตทดแทน
นอกจากนั้น สำหรับกลุ่มผู้ค้าขายสินค้าไอทีโดยเฉพาะรายย่อย ประสบปัญหาเรื่อง "ค่าเช่าพื้นที่" ในห้างสรรพสินค้าไอทีชื่อดังทุกแห่ง ล้วนปรับราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กำไรแทบทั้งหมดไปจมกับการเสียค่าเช่าพื้นที่ ดังนั้น บริษัทฯ จึงคิดถึงการสร้างตลาดใหม่ๆ ด้วยการเป็นรถที่จะนำสินค้าอุปกรณ์ไอทีไปบริการขายให้ถึงลูกค้าในพื้นที่ โดยเฉพาะตามแหล่งชุมชนในต่างจังหวัดห่างไกล ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่ายังมีความต้องการสินค้าไอทีอยู่อีกจำนวนมาก
"จากที่ธุรกิจอุปกรณ์ไอทียอดขายตกลง ถ้าเรายังทำธุรกิจแบบเดิมๆ คือรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน แนวโน้มจะอยู่รอดยาก ทำให้บริษัทฯ คิดถึงการสร้างตลาดใหม่ ด้วยการลงพื้นที่ เป็นรถร้าน แบรนด์ "DD2U" ย่อมาจาก Digital Direct to you ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปขายได้ตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่มีบริการลักษณะนี้" ภูเบศเสริม
| รถสินค้าขาย พาวเวอร์แบงค์ และอุปกรณ์ไอทีครบวงจร |
ทั้งนี้ การลงทุนแฟรนไชส์ DD2U ใช้เงินเบื้องต้นที่ 9 แสนบาท สิ่งที่จะได้รับ ประกอบด้วย 1. รถที่ตกแต่งมาเป็นร้านค้าเรียบร้อยแล้ว 2. ภายในรถวางระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ทั้งควบคุมสต๊อก บริหารจัดการร้าน วางแผนการตลาด ฯลฯ รวมถึงสื่อสารกับบริษัทแม่ผ่านออนไลน์ครบวงจร และ 3. ภายในรถยังมีสินค้าไอทีพร้อมขายกว่า 300 รายการเต็มคัน พร้อมเริ่มอาชีพได้ทันที
ภูเบศเล่าต่อว่า สินค้าไอทีที่จะนำมาขายในรถร้าน DD2U จะเน้นเป็นสินค้าไอทีราคาค่อนข้างถูก ไม่เกินชิ้นละ 1,000 บาท เพื่อให้ซื้อง่ายขายคล่อง เหมาะกับผู้ซื้อเป้าหมายที่เน้นเป็นตลาดกลางลงไป เช่น เด็กนักเรียน นักศึกษา หนุ่มสาวโรงงาน เป็นต้น โดยในร้านจะมีสินค้าไอทีไว้ให้เลือก กว่า 200-300 รายการ เช่น แฟลชไดรฟ์, พาวเวอร์แบงค์, หูฟัง, เคสมือถือ, เอสดีการ์ด ฯลฯ รวมถึงเสริมด้วยสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตราคาถูก เครื่องละไม่เกิน 1 หมื่นบาท
| ในรถจะมี พาวเวอร์แบงค์ และสินค้าไอทีมากกว่า 300 รายการ |
"กลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายของผม 90% วางที่ตลาดต่างจังหวัดในพื้นที่ไกลๆ ซึ่งที่ผ่านมาอุปกรณ์ไอทียังเข้าไปบริการไม่ถึง และคนกลุ่มนี้ยังไม่นิยมสั่งสินค้าผ่านออนไลน์มากนัก ทำให้มีความต้องการซื้อสินค้าไอทีอยู่ นับเป็นตลาดใหม่ที่เราต้องการไปบุกเบิก ส่วนตลาดกรุงเทพฯ ผมหวังแค่ 10% เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าไลฟ์สไตล์ของคนกรุงทุกวันนี้มีทางเลือกและช่องทางซื้อสินค้าไอทีหลากหลายอยู่แล้ว" ผู้บริหาร DD2U กล่าว
สำหรับจุดเด่นของแฟรนไชส์ DD2U นั้น เขาระบุว่า เนื่องจากบริษัทฯ มีประสบการณ์นำเข้าสินค้าไอทีมายาวนาน เป็นพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตไอทีในต่างประเทศหลายราย ดังนั้น จึงสามารถคัดสินค้าไอทีเกรดดีเข้าวางขายในร้าน DD2U ได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด 20-30% ซึ่งข้อดีของการขายเฉพาะสินค้าคุณภาพ ช่วยสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำว่าซื้อจากร้าน DD2U ได้สินค้าไอทีทั้งดี และถูก
| ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัย |
เขาระบุด้วยว่า อีกความน่าสนใจของการขายสินค้าไอที คือกำไรจากการขายปลีกค่อนข้างสูง เฉลี่ยแล้วกำไรประมาณ 100 บาทต่อชิ้น ตัวอย่างเช่น พาวเวอร์แบงค์ ต้นทุนรับจากบริษัทฯ 100 บาท สามารถขายปลีกได้ในราคา 200 บาทขึ้นไป ซึ่งราคาขายปลีกนั้นให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ตั้งราคาเองตามความเหมาะสมของพื้นที่
ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดของบริษัทฯ หากผู้ลงทุนแฟรนไชส์สามารถขายสินค้าได้วันละ 25 ชิ้น จะสามารถคืนเงินลงทุนได้ในเวลา 3 ปี นอกจากนั้นยังมีรายได้เสริมจากการเป็นตัวแทนของบริษัทฯ รับออเดอร์ร้านค้าไอทีต่างๆ ในท้องถิ่น และได้ค่าบริการในการเป็นตัวแทนรับเครมสินค้าไอทีต่างๆ ไปส่งศูนย์บริการ เป็นต้น ส่วนเงินหมุนเวียนที่จำเป็นต้องใช้ในการประกอบอาชีพนี้อยู่ที่ราว 40,000-50,000 บาทต่อเดือน สำหรับเป็นค่าน้ำมันรถ และทุนหมุนเวียนซื้อสินค้าเติมภายในร้าน
| ดูแลการขายด้วยระบบออนไลน์ |
ในส่วนการสนับสนุนแฟรนไชส์นั้น ทางบริษัทฯ จะคอยคัดสรรสินค้าไอทีใหม่ๆ จากทั่วโลกมาเข้าขายร้าน DD2U ทุกๆ 2 สัปดาห์ โดยระบบการจัดส่งสินค้า หากเป็นจังหวัดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ บริษัทฯ มีตัวแทนป้อนสินค้าให้อยู่แล้ว แต่หากเป็นจังหวัดเล็กๆ จะส่งไปทางไปรษณีย์ นอกจากนั้น ช่วยเหลือด้านการตลาด ทั้งทำประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์จากส่วนกลาง และโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุชุมชน รถกระจายเสียงในท้องถิ่น ออนไลน์และโซเชียลมีเดียครบวงจร รวมถึงคอยเป็นที่ปรึกษาตลอดการทำธุรกิจร่วมกัน
| ตัวอย่างสินค้า พาวเวอร์แบงค์ และสินค้าไอทีภายในร้าน |
สำหรับการดูแลและรักษามาตรฐานแฟรนไชส์นั้น ภูเบศระบุว่า ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบได้ครบวงจร ทั้งตรวจนับสต๊อกสินค้า เพื่อควบคุมให้แฟรนไชส์ขายเฉพาะสินค้าที่รับไปจากบริษัทแม่ ไม่ไปนำสินค้าไอทีเกรดต่ำเข้ามาขายใน DD2U ซึ่งจะกระทบให้แบรนด์เสียชื่อเสียง อีกทั้งมีระบบ GPS ตรวจสอบพิกัดได้ว่าแฟรนไชส์วิ่งรถไปขายยังพื้นที่ใดบ้าง และเวลาใดบ้าง ช่วยนำมาพยากรณ์และวางแผนการตลาด รวมถึงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยของแฟรนไชส์ เป็นต้น
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่จะมาลงทุนแฟรนไชส์ DD2U นั้น กำหนดว่า 80% เป็นผู้ที่สนใจสร้างอาชีพของตัวเอง และอีก 20% เป็นกลุ่มที่เคยเปิดร้านขายอุปกรณ์ไอทีอยู่แล้ว ต้องการเปลี่ยนมาทำร้านรถเคลื่อนที่แทน โดยผู้จะมาลงทุนต้องมีแผนธุรกิจมาเสนอ เช่น หลังจากซื้อแฟรนไชส์ไปแล้วจะนำรถไปวางขายยังจุดใดบ้าง และในแต่ละจุดที่จะไปวางขายมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตรงหรือไม่
"เราเชื่อว่าคนที่จะมาลงทุนซื้อแฟรนไชส์ DD2U จะต้องเป็นคนที่รู้จักและชำนาญพื้นที่ของตัวเองดีที่สุด รู้ว่าเมื่อซื้อไปแล้วเขาจะวิ่งรถไปขายยังจุดใดบ้าง โดยเฉลี่ยควรขับไปขาย 4 จุดต่อวัน ซึ่งผู้จะลงทุนจะต้องมีแผนธุรกิจดังกล่าวมาเสนอ เพื่อที่บริษัทจะลงพื้นที่ไปสำรวจพื้นที่จริง ดูความเป็นไปได้ทางธุรกิจ เพราะเราต้องการให้ผู้ลงทุนสามารถอยู่รอดได้ ในขณะที่บริษัทก็ขายสินค้าได้ ประสบความสำเร็จทั้งสองฝ่าย"
ทั้งนี้ แฟรนไชส์ DD2U เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2558 ที่ผ่านมานี่เอง ขณะนี้มีผู้สนใจเจรจาซื้อแฟรนไชส์ใกล้จะลงตัวแล้วประมาณ 2-3 ราย คาดจะเริ่มออกสู่ตลาดจริงได้ต้นเดือนเมษายนนี้ ส่วนเป้าหมายของบริษัทฯ ภายในปีนี้ต้องการให้มีสาขาแฟรนไชส์จำนวนกว่า 100 คันทั่วประเทศ และหลังจากนั้นจะขยายแฟรนไชส์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า และลาวต่อไป
CR : ASTV
วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558
ภาพชุลมุนเหตุไฟไหม้ สันนิษฐานอาจเกิดจาก พาวเวอร์แบงค์
![]() |
| ภาพชุลมุนเหตุไฟไหม้ สันนิษฐานอาจเกิดจาก พาวเวอร์แบงค์ |
ไฟไหม้ชุลมุนบนเครื่องบินสายการบินของเนเธอร์แลนด์ หลังบินลงล้อแตะรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้นาน พนง.ระงับเหตุได้ทันควัน ทำให้มีความเสียหายเพียงเล็กน้อย สาเหตุยังไม่แน่ชัด แต่มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจจะมาจาก พาวเวอร์แบงค์
สำนักข่าวเดลิเมล์ของประเทศอังกฤษ รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้จากกระเป๋าของผู้โดยสารบนเครื่องบินโบอิ้ง 777 สายการบินเคแอลเอ็ม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัม สู่ กรุงเทพมหานคร พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 321 คน
ทั้งนี้ หลังจากที่เครื่องบินลำดังกล่าวได้บินลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เพียงไม่นาน พบว่ามีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ในช่องเก็บสัมภาระ เหนือศีรษะของผู้โดยสาร พนักงานต้อนรับจึงรีบนำเอาถังดับเพลิงเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะเปิดประตูให้ผู้โดยสารได้ลงจากเครื่องและถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นทางสายการบินยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เกิดจากสาเหตุใด ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมกับต้องซ่อมแซมเครื่องบินลำนี้ใหม่ ก่อนจะนำกลับไปให้บริการอีกครั้ง ขณะที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Accone ที่เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าว ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลงในทวิตเตอร์และได้รับความสนใจ
ทั้งนี้ ผู้โดยสารบางรายเชื่อว่า เปลวไฟที่ลุกไหม้นั้น อาจจะเกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน หรือ แบตเตอรรี่สำรอง ที่นักเดินทางยุคนี้มักพกติดตัวไว้ในกระเป๋าเดินทาง
วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558
ผู้ค้าปรับกลยุทธ์เจาะเฉพาะกลุ่มตลาดอุปกรณ์ พาวเวอร์แบงค์ ชะลอตัว หมดยุคสินค้าแฟชั่น
ตลาดอุปกรณ์เสริมชะลอตัว สวนทางขาขึ้นสมาร์ทโฟน แต่ดีกรีแข่งดุยังทะลุเดือด "ผู้ค้า" ปรับกลยุทธ์เจาะเฉพาะกลุ่ม "ซีแมซ" โหมตลาดฟิล์มกันรอย-กระจกนิรภัย ฟาก "เจนเนอเรชั่นเอส" จับไฮเอนด์ โฟกัส "เคส-หูฟัง" ระบุราคาเฉลี่ยเคสมือถือปรับลดลงถึง 30% หมดยุคบูมสินค้าแฟชั่น "อาร์ทีบี" ลุ้นกำลังซื้อฟื้นปลุกมู้ดจับจ่ายดันตลาดรวมโต 10% ฟากเชนสโตร์ดัง "ทีจีโฟน" เน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์
นายพีระศักดิ์ ทองนรินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีแมซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ VOX และ Dr.eye กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลาดรวมอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ปีนี้มีแนวโน้มลดลงถึง 70% จากจำนวนผู้ที่ใช้พีซี และโน้ตบุ๊กที่หันไปใช้โมบายดีไวซ์มากขึ้น ขณะที่อุปกรณ์เสริมโมบายดีไวซ์ ทั้งแท็บเลต และสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มทรงตัว โดยเฉพาะเคส และหูฟัง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนออกแบบสินค้าที่เน้นรูปลักษณ์สวยงามทำให้การใช้เคสแบบแฟชั่นลดความนิยมลงส่วนหูฟังจะได้เฉพาะกลุ่มผู้ที่ฟังเพลงและกลุ่มคนทำงานเพลง
"อุปกรณ์เสริมที่มีหลากหลายมากขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกไปใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นมากกว่าแฟชั่นแต่ที่น่าจะโตมากปีนี้คือกระจกนิรภัยป้องกันหน้าจอทั้งป้องกันหน้าจอแตก และถนอมสายตารวมถึงฟิล์มกันรอย และแบตเตอรี่สำรองอาจโตขึ้น 300% บริษัทเองก็เริ่มหันมาทำตลาดฟิล์มกันรอย, ถนอมสายตา และกระจกนิรภัย เพราะเทรนด์รักสุขภาพยังมาแรง และจะขยายไปยังฟิล์มรถยนต์และอาคารบ้านเรือนด้วย"
โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดกระจกนิรภัย ฟิล์มกันรอย และแบตเตอรี่สำรองเป็นหลัก ตามด้วยอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ และหมึกพิมพ์ ตั้งเป้ารายได้เฉพาะอุปกรณ์เสริมไอทีไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท ไม่รวมฟิล์มกันแดดในรถยนต์และอาคารอีก 500 ล้านบาท
ด้านนายสรศักดิ์ วงศ์ชินศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอเรชั่นเอส จำกัด ผู้นำเข้า และจำหน่ายอุปกรณ์เสริม เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนในปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร เห็นได้จากยอดขายอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเคส, หูฟัง, สายชาร์จ เทียบกับปีที่ผ่านมา แทบไม่กระเตื้องแต่ยังพอมีช่องว่างทางการตลาดอยู่ในกลุ่มไฮเอนด์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ และปีนี้บริษัทจึงหันมาโฟกัสการทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก โดยการนำเข้าเคสกันกระแทก และกันฝุ่นเข้ามาทำตลาดสอดรับกับกระแสรักสุขภาพ และการออกกำลังกายของผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่ผู้นำเข้าสินค้าประเภทนี้ยังมีไม่มาก คาดว่าจะทำให้รายได้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา 20-30%
ล่าสุดเซ็นสัญญากับ Urban Amor Gear (UAG) ผู้ผลิตเคสสมาร์ทโฟนจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเพียงรายเดียว จุดเด่นแบรนด์นี้คือได้การรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ทหารอเมริกา และการันตีป้องกันสมาร์ทโฟนไม่ให้แตกเมื่อตกลงพื้น เบื้องต้นจะมีเคสสำหรับไอโฟน 6 และ 6 พลัส ราคา 1,350 กับ 1,550 บาท ตามลำดับออกมา ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ 40,000 ชิ้น ในสิ้นปี จากการทำตลาดผ่านคู่ค้าหลัก ได้แก่ ร้านบีเทรนด์ในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป, ร้านลอฟท์, พาวเวอร์บาย และดีลเลอร์รายย่อย
"ปีนี้ตลาดรวมแอ็กเซสซอรี่ชะลอตัว ถ้าโฟกัสเฉพาะเคสมือถือมีการปรับลดราคาลงจากปีที่ผ่านมา 30% โดยกลุ่มไฮเอนด์จะมีราคาเฉลี่ยที่ 600-700 บาท ขณะที่สินค้าทั่วไปจะมีราคาที่ไม่เกิน 200 บาท ไม่เหมือนช่วงบูมที่รุ่นราคาเกิน 1,000 บาทขายดีมาก แต่การแข่งขันในกลุ่มสินค้านำเข้าค่อนข้างดุเดือด มีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง เราโฟกัสอุปกรณ์เสริมกลุ่มไฮเอนด์จึงเน้นไปที่ลูกค้าในกรุงเทพฯ 80%"
สำหรับตลาดหูฟังยังมีความต้องการสูง เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศไทยเน้นเรื่องแฟชั่น และดีไซน์เป็นปัจจัยหลักทำให้เปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย และความต้องการของสินค้าประเภทนี้ไม่ลดลง แม้การแข่งขันจะสูง มีบริษัทนำเข้ารายต่าง ๆ หันไปจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศจีนมากขึ้น จากเดิมมีแต่ของจากสหรัฐอเมริกา และกลุ่มยุโรป ซึ่งบริษัทเน้นไฮเอนด์เป็นหลักเช่นกัน มีการนำเข้าหูฟังจากประเทศรัสเซีย ราคาหลักหมื่นบาทเข้ามา
ทั้งนี้ บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เสริมหลากหลายยี่ห้อ แบ่งเป็นเคสสมาร์ทโฟน 6 แบรนด์ ได้แก่ UAG, BMW และ Moshi เป็นต้น, หูฟัง 3 แบรนด์ ได้แก่ Yorbuds, Klipsch และ Fischer Audio รวมถึงปากกาสไตลัสสำหรับวาดภาพ Adonit
นายบรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์เสริม กล่าวว่า สภาพตลาดรวมที่ชะลอตัวของตลาดอุปกรณ์เสริมในทุกอุปกรณ์ทำให้ผู้ค้าไม่คาดหวังกับการเติบโตของรายได้ปีนี้มากนักคาดว่าคงโตจากปีที่แล้วไม่ถึง10% แต่จากงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา วัดจากยอดขายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น 20% ทำให้มั่นใจมากว่าตลาดอาจโตเกิน 10% แต่เทียบไม่ได้กับ 2-3 ปีก่อนที่เติบโตสูงมาก เพราะเข้าสู่จุดอิ่มตัวมาแล้ว
"เราหวังว่าตลาดนี้ยังจะเติบโตอยู่ เมื่อกำลังซื้อเริ่มดีขึ้น ผู้บริโภคจะกลับมาซื้อเคส และหูฟัง โดยเฉพาะกับกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ และที่รองรับการใช้งานเกี่ยวกับสุขภาพ น่าจะคึกคักที่สุดจึงมีบริษัทหน้าใหม่เปิดมาเพื่อนำเข้าสินค้าประเภทนี้เกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง แต่ต้องดูว่าแต่ละเจ้าจะอยู่ในตลาดนี้ได้นานแค่ไหน อาร์ทีบีเองปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตทางรายได้เท่ากับตลาด หรือ 10% จากปีที่แล้ว มีรายได้รวม 400 ล้านบาท มาจากหูฟังแบบมีสาย 40% หูฟังบลูทูท 30%, พาวเวอร์แบงค์ และแวเรเบิลดีไวซ์อื่น ๆ 30%"
กระแสแวเรเบิลดีไวซ์ ที่ทยอยปรับราคาลดลงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดนี้คึกคักขึ้น ขณะที่สมาร์ทโฟน และแท็บเลตแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มทยอยส่งรุ่นใหม่ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจึงน่าจะนำส่วนต่างนี้มาซื้ออุปกรณ์เสริมไปใช้งานได้ปัจจุบัน"อาร์ทีบี" นำเข้าอุปกรณ์เสริมทั้งหมด 9 แบรนด์ ได้แก่ หูฟังแบบมีสาย ยี่ห้อ Beats และ Phillips, หูฟังบลูทูท Jabra, เคสและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบรนด์ Uniq และ Gear 4
นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จํากัด เจ้าของเครือข่ายร้านค้าปลีก "ทีจีโฟน" กล่าวว่า บริษัทหันไปเน้นการจำหน่ายอุปกรณ์เสริมผ่านช่องทางออนไลน์ บนแอปพลิเคชั่น Tee Gee มากกว่าการทำตลาดผ่านหน้าร้าน เนื่องจากมองว่า ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยการหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตทำให้การปิดการขายบนแอปพลิเคชั่นทำได้ง่ายกว่า แต่รายได้ของบริษัทมาจากสินค้าประเภทนี้เพียง 10% อีก 90% มาจากการจำหน่ายสมาร์ทโฟน
"ทางร้านมีนำเข้ามาจำหน่ายบ้าง แต่เน้นสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งตลาดอุปกรณ์เสริมขณะนี้น่าจะเลยจุดสูงสุดมาแล้ว ไม่เหมือนหลายปีก่อนที่เป็นเรื่องใหม่ คนซื้อกันเยอะมาก แม้ราคาจะสูง แต่กลุ่มผู้ที่นำเข้าอุปกรณ์เสริมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันทั้งการออกกำลังกาย และการทำงาน น่าจะไปต่อได้กลุ่มนี้ราคาคงลดลงไม่มาก โดยเคสระดับไฮเอนด์ยังอยู่ในระดับ 1,000 บาท"
CR : ประชาชาติธุรกิจ
นายพีระศักดิ์ ทองนรินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีแมซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ VOX และ Dr.eye กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลาดรวมอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ปีนี้มีแนวโน้มลดลงถึง 70% จากจำนวนผู้ที่ใช้พีซี และโน้ตบุ๊กที่หันไปใช้โมบายดีไวซ์มากขึ้น ขณะที่อุปกรณ์เสริมโมบายดีไวซ์ ทั้งแท็บเลต และสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มทรงตัว โดยเฉพาะเคส และหูฟัง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนออกแบบสินค้าที่เน้นรูปลักษณ์สวยงามทำให้การใช้เคสแบบแฟชั่นลดความนิยมลงส่วนหูฟังจะได้เฉพาะกลุ่มผู้ที่ฟังเพลงและกลุ่มคนทำงานเพลง
"อุปกรณ์เสริมที่มีหลากหลายมากขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกไปใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นมากกว่าแฟชั่นแต่ที่น่าจะโตมากปีนี้คือกระจกนิรภัยป้องกันหน้าจอทั้งป้องกันหน้าจอแตก และถนอมสายตารวมถึงฟิล์มกันรอย และแบตเตอรี่สำรองอาจโตขึ้น 300% บริษัทเองก็เริ่มหันมาทำตลาดฟิล์มกันรอย, ถนอมสายตา และกระจกนิรภัย เพราะเทรนด์รักสุขภาพยังมาแรง และจะขยายไปยังฟิล์มรถยนต์และอาคารบ้านเรือนด้วย"
โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดกระจกนิรภัย ฟิล์มกันรอย และแบตเตอรี่สำรองเป็นหลัก ตามด้วยอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ และหมึกพิมพ์ ตั้งเป้ารายได้เฉพาะอุปกรณ์เสริมไอทีไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท ไม่รวมฟิล์มกันแดดในรถยนต์และอาคารอีก 500 ล้านบาท
ด้านนายสรศักดิ์ วงศ์ชินศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอเรชั่นเอส จำกัด ผู้นำเข้า และจำหน่ายอุปกรณ์เสริม เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนในปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร เห็นได้จากยอดขายอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเคส, หูฟัง, สายชาร์จ เทียบกับปีที่ผ่านมา แทบไม่กระเตื้องแต่ยังพอมีช่องว่างทางการตลาดอยู่ในกลุ่มไฮเอนด์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ และปีนี้บริษัทจึงหันมาโฟกัสการทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก โดยการนำเข้าเคสกันกระแทก และกันฝุ่นเข้ามาทำตลาดสอดรับกับกระแสรักสุขภาพ และการออกกำลังกายของผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่ผู้นำเข้าสินค้าประเภทนี้ยังมีไม่มาก คาดว่าจะทำให้รายได้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา 20-30%
![]() |
| ผู้ผลิตและนำเข้าอุปกรณ์เสริมสินค้า เช่น พาวเวอร์แบงค์ |
ล่าสุดเซ็นสัญญากับ Urban Amor Gear (UAG) ผู้ผลิตเคสสมาร์ทโฟนจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเพียงรายเดียว จุดเด่นแบรนด์นี้คือได้การรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ทหารอเมริกา และการันตีป้องกันสมาร์ทโฟนไม่ให้แตกเมื่อตกลงพื้น เบื้องต้นจะมีเคสสำหรับไอโฟน 6 และ 6 พลัส ราคา 1,350 กับ 1,550 บาท ตามลำดับออกมา ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ 40,000 ชิ้น ในสิ้นปี จากการทำตลาดผ่านคู่ค้าหลัก ได้แก่ ร้านบีเทรนด์ในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป, ร้านลอฟท์, พาวเวอร์บาย และดีลเลอร์รายย่อย
"ปีนี้ตลาดรวมแอ็กเซสซอรี่ชะลอตัว ถ้าโฟกัสเฉพาะเคสมือถือมีการปรับลดราคาลงจากปีที่ผ่านมา 30% โดยกลุ่มไฮเอนด์จะมีราคาเฉลี่ยที่ 600-700 บาท ขณะที่สินค้าทั่วไปจะมีราคาที่ไม่เกิน 200 บาท ไม่เหมือนช่วงบูมที่รุ่นราคาเกิน 1,000 บาทขายดีมาก แต่การแข่งขันในกลุ่มสินค้านำเข้าค่อนข้างดุเดือด มีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง เราโฟกัสอุปกรณ์เสริมกลุ่มไฮเอนด์จึงเน้นไปที่ลูกค้าในกรุงเทพฯ 80%"
สำหรับตลาดหูฟังยังมีความต้องการสูง เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศไทยเน้นเรื่องแฟชั่น และดีไซน์เป็นปัจจัยหลักทำให้เปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย และความต้องการของสินค้าประเภทนี้ไม่ลดลง แม้การแข่งขันจะสูง มีบริษัทนำเข้ารายต่าง ๆ หันไปจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศจีนมากขึ้น จากเดิมมีแต่ของจากสหรัฐอเมริกา และกลุ่มยุโรป ซึ่งบริษัทเน้นไฮเอนด์เป็นหลักเช่นกัน มีการนำเข้าหูฟังจากประเทศรัสเซีย ราคาหลักหมื่นบาทเข้ามา
ทั้งนี้ บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เสริมหลากหลายยี่ห้อ แบ่งเป็นเคสสมาร์ทโฟน 6 แบรนด์ ได้แก่ UAG, BMW และ Moshi เป็นต้น, หูฟัง 3 แบรนด์ ได้แก่ Yorbuds, Klipsch และ Fischer Audio รวมถึงปากกาสไตลัสสำหรับวาดภาพ Adonit
นายบรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์เสริม กล่าวว่า สภาพตลาดรวมที่ชะลอตัวของตลาดอุปกรณ์เสริมในทุกอุปกรณ์ทำให้ผู้ค้าไม่คาดหวังกับการเติบโตของรายได้ปีนี้มากนักคาดว่าคงโตจากปีที่แล้วไม่ถึง10% แต่จากงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา วัดจากยอดขายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น 20% ทำให้มั่นใจมากว่าตลาดอาจโตเกิน 10% แต่เทียบไม่ได้กับ 2-3 ปีก่อนที่เติบโตสูงมาก เพราะเข้าสู่จุดอิ่มตัวมาแล้ว
"เราหวังว่าตลาดนี้ยังจะเติบโตอยู่ เมื่อกำลังซื้อเริ่มดีขึ้น ผู้บริโภคจะกลับมาซื้อเคส และหูฟัง โดยเฉพาะกับกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ และที่รองรับการใช้งานเกี่ยวกับสุขภาพ น่าจะคึกคักที่สุดจึงมีบริษัทหน้าใหม่เปิดมาเพื่อนำเข้าสินค้าประเภทนี้เกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง แต่ต้องดูว่าแต่ละเจ้าจะอยู่ในตลาดนี้ได้นานแค่ไหน อาร์ทีบีเองปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตทางรายได้เท่ากับตลาด หรือ 10% จากปีที่แล้ว มีรายได้รวม 400 ล้านบาท มาจากหูฟังแบบมีสาย 40% หูฟังบลูทูท 30%, พาวเวอร์แบงค์ และแวเรเบิลดีไวซ์อื่น ๆ 30%"
กระแสแวเรเบิลดีไวซ์ ที่ทยอยปรับราคาลดลงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดนี้คึกคักขึ้น ขณะที่สมาร์ทโฟน และแท็บเลตแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มทยอยส่งรุ่นใหม่ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจึงน่าจะนำส่วนต่างนี้มาซื้ออุปกรณ์เสริมไปใช้งานได้ปัจจุบัน"อาร์ทีบี" นำเข้าอุปกรณ์เสริมทั้งหมด 9 แบรนด์ ได้แก่ หูฟังแบบมีสาย ยี่ห้อ Beats และ Phillips, หูฟังบลูทูท Jabra, เคสและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แบรนด์ Uniq และ Gear 4
นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จํากัด เจ้าของเครือข่ายร้านค้าปลีก "ทีจีโฟน" กล่าวว่า บริษัทหันไปเน้นการจำหน่ายอุปกรณ์เสริมผ่านช่องทางออนไลน์ บนแอปพลิเคชั่น Tee Gee มากกว่าการทำตลาดผ่านหน้าร้าน เนื่องจากมองว่า ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยการหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตทำให้การปิดการขายบนแอปพลิเคชั่นทำได้ง่ายกว่า แต่รายได้ของบริษัทมาจากสินค้าประเภทนี้เพียง 10% อีก 90% มาจากการจำหน่ายสมาร์ทโฟน
"ทางร้านมีนำเข้ามาจำหน่ายบ้าง แต่เน้นสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งตลาดอุปกรณ์เสริมขณะนี้น่าจะเลยจุดสูงสุดมาแล้ว ไม่เหมือนหลายปีก่อนที่เป็นเรื่องใหม่ คนซื้อกันเยอะมาก แม้ราคาจะสูง แต่กลุ่มผู้ที่นำเข้าอุปกรณ์เสริมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันทั้งการออกกำลังกาย และการทำงาน น่าจะไปต่อได้กลุ่มนี้ราคาคงลดลงไม่มาก โดยเคสระดับไฮเอนด์ยังอยู่ในระดับ 1,000 บาท"
CR : ประชาชาติธุรกิจ
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558
"บินไทย" ห้ามหิ้ว พาวเวอร์แบงค์ ความจุเกิน 32,000 mAh ขึ้นเครื่อง
![]() |
| การบินไทย ห้ามหิ้วพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่อง |
การบินไทย แจงข้อกำหนดพกพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่อง เผยสายการบินอื่นเคยเกิดไฟลุกไหม้ ชี้เป็นวัตถุอันตราย ต้องระวัง...
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งเตือนแก่ผู้โดยสาร ถึงกรณีการพกพาพาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) ขึ้นไปยังเครื่องบิน ดังนี้ ผู้โดยสารสามารถนำพาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh ไปจนถึงความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 32,000 mAh หรือพาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุน้อยกว่า 100 Wh ไปจนถึง 160 Wh (20,000 mAh - 32,000 mAh พกได้ไม่เกิน 2 ก้อน) สามารถใส่กระเป๋าใบเล็กหิ้วขึ้นเครื่องไปกับตัวได้
ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารห้ามนำพาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือมากกว่า 160 Wh นำใส่กระเป๋าพกติดตัวขึ้นเครื่องบิน และกรณีที่ต้องการนำแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน กรุณาสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่เมื่อทำการเช็กอิน
![]() |
| อินโฟกราฟฟิคของการบินไทย ไขข้อข้องใจเรื่องนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่อง |
ด้าน นายสมัท พุ่มอ่อน ผอ.ฝ่ายบริหารภาวะฉุกเฉินและวิกฤติบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ว่า สาเหตุที่ทางสายการบินจำเป็นต้องกำหนดมาตรการดังกล่าวออกมา เนื่องจากเคยมีสายการบินต่างชาติเกิดอุบัติเหตุพาวเวอร์แบงค์เกิดการลุกไหม้ ดังนั้น จึงต้องออกมาตรการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
"พาวเวอร์แบงค์ ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย เพราะแบตเตอรี่ลิเธียม เมื่อเกิดความร้อนสูงเกินไป สามารถนำไปสู่การติดไฟ แต่หากเป็นสถานการณ์ที่เกิดกับแบตเตอรี่ที่เก็บไว้ในกระเป๋าที่ผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นเครื่อง ทางลูกเรือ จะพอสังเกตและเข้าระงับเหตุได้ง่ายขึ้น" นายสมัท กล่าว
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558
มินิ พาวเวอร์แบงค์ แบตสำรองขนาดเล็กสุดๆ!
แบตเตอรี่สำรอง หรือ พาวเวอร์แบงค์ ที่เราต้องพกกันเป็นประจำมักมีขนาดที่ไม่ได้เล็กไปกว่าสมาร์ทโฟนของเราเสียเท่าไหร่ ดูเผินๆมันก็เหมือนว่าเราต้องพกสมาร์ทโฟน 2 เครื่องยังไงยังงั้น มันจะดีแค่ไหนถ้าเรามีพาวเวอร์แบงค์ที่เล็กจนเราสามารถเก็บเอาไว้ในกระเป๋าตังค์ก็ยังได้
มินิ พาวเวอร์แบงค์ แบตเตอรี่สำรอง ขนาดเล็กกระทัดรัดออกแบบโดย Tsung Chih-Hsien ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Concept ในงาน Red Dot Awards ปี 2014 และกำลังจะถูกผลิตขึ้นมาขายเชิงพาณิชย์ในอนาคต มีจุดเด่นอยู่ที่ไซส์ที่เล็กและมีขนาดพลังงานระบุไว้เลยว่าชิ้นนี้ใช้ได้ 2,4 หรือ 6 ชม. ทำให้เวลาเราต้องการพลังงานสำรองเร่งด่วน เราสามารถเดินเข้าไปซื้อได้จากร้านค้าได้เลย
แม้ว่าตอนนี้ พาวเวอร์แบงค์ ยังมีแค่ไอเดียการออกแบบ แต่การได้รางวัลระดับโลก และมีผู้ผลิตให้ความสนใจจำนวนมากทำให้เป็นไปได้มากว่า มันจะออกมาวางขายให้เราได้เห็นในอีกไม่กี่ปีนี้ครับ
![]() |
| มินิ พาวเวอร์แบงค์ |
มินิ พาวเวอร์แบงค์ แบตเตอรี่สำรอง ขนาดเล็กกระทัดรัดออกแบบโดย Tsung Chih-Hsien ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Concept ในงาน Red Dot Awards ปี 2014 และกำลังจะถูกผลิตขึ้นมาขายเชิงพาณิชย์ในอนาคต มีจุดเด่นอยู่ที่ไซส์ที่เล็กและมีขนาดพลังงานระบุไว้เลยว่าชิ้นนี้ใช้ได้ 2,4 หรือ 6 ชม. ทำให้เวลาเราต้องการพลังงานสำรองเร่งด่วน เราสามารถเดินเข้าไปซื้อได้จากร้านค้าได้เลย
![]() |
| มินิ พาวเวอร์แบงค์ |
แม้ว่าตอนนี้ พาวเวอร์แบงค์ ยังมีแค่ไอเดียการออกแบบ แต่การได้รางวัลระดับโลก และมีผู้ผลิตให้ความสนใจจำนวนมากทำให้เป็นไปได้มากว่า มันจะออกมาวางขายให้เราได้เห็นในอีกไม่กี่ปีนี้ครับ
![]() |
| มินิ พาวเวอร์แบงค์ |
วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558
mophie พาวเวอร์แบงค์ พร้อมทำเคสแบตเตอรี่ให้ Samsung Galaxy S6
mophie ผู้ผลิตเคสแบตเตอรี่ชื่อดังที่ชาว iPhone รู้จักกันดี ยืนยันมีโครงการทำเคสแบตเตอรี่ให้กับ Samsung Galaxy S6 ที่มาในแนวทางเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้(เหมือน iPhone) ใครที่กังวลว่า S6 แบตจะไม่พอแล้วต้องพก พาวเวอร์แบงค์ เพิ่มก็ไม่ต้องกังวลอีกกันแล้วนะครับ
mophie พร้อมทำเคสแบตเตอรี่ให้ Samsung Galaxy S6
จุดเด่นของ mophie คือตัวแบตเตอรี่กับเคสจะรวมกันเป็นเนื้อเดียวและออกแบบมาอย่างสวยงาม ทำให้แค่ใส่เคสนี้เอาไว้ แบตเตอรี่ของ S6 ก็จะปลอดภัยพอใช้ข้ามวันแบบเหลือๆ จากในข่าวเห็นบอกว่าแบตเตอรี่เคสที่ทำเพื่อเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung ตัวนี้มีพลังไฟฟ้าอย่างน้อยเท่ากับแบตใน S6 เต็มๆ ทั้งก้อนเลยทีเดียว
ทั้งนี้เรายังไม่เห็นหน้าตา mophie ของ S6 แต่รายงานข่าวยืนยันว่า สินค้าจะออกมาพร้อมวันที่ S6 วางจำหน่าย สนนราคาอยู่ที่ 99.95 เหรียญหรือราว 3,300 บาทครับ
CR : tech mthai
![]() |
| เห็นว่าจะมีทั้ง S6 และ S6 EDGE เลย |
mophie พร้อมทำเคสแบตเตอรี่ให้ Samsung Galaxy S6
จุดเด่นของ mophie คือตัวแบตเตอรี่กับเคสจะรวมกันเป็นเนื้อเดียวและออกแบบมาอย่างสวยงาม ทำให้แค่ใส่เคสนี้เอาไว้ แบตเตอรี่ของ S6 ก็จะปลอดภัยพอใช้ข้ามวันแบบเหลือๆ จากในข่าวเห็นบอกว่าแบตเตอรี่เคสที่ทำเพื่อเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung ตัวนี้มีพลังไฟฟ้าอย่างน้อยเท่ากับแบตใน S6 เต็มๆ ทั้งก้อนเลยทีเดียว
![]() |
| เป็นเคสแบตเตอรี่ชื่อดังของชาวผลไม้ |
ทั้งนี้เรายังไม่เห็นหน้าตา mophie ของ S6 แต่รายงานข่าวยืนยันว่า สินค้าจะออกมาพร้อมวันที่ S6 วางจำหน่าย สนนราคาอยู่ที่ 99.95 เหรียญหรือราว 3,300 บาทครับ
CR : tech mthai
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558
พกพา พาวเวอร์แบงค์ ขึ้นเครื่องบินได้มั้ย และได้เท่าไหร่? พบคำตอบด้านใน
ช่วงนี้เข้าใกล้วันปีใหม่เข้าไปทุกที หลายท่านคงจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกันในช่วงหยุดยาวสิ้นปีกันแล้วว่าจะไปเที่ยวกันที่ไหนดี และเนื่องด้วยราคาค่าตั๋วเครื่องบินสมัยนี้ก็เริ่มมีราคาถูกลงแล้วด้วย ทำให้การเดินทางด้วย เครื่องบิน ก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น (ค่าเครื่องบินบางสายการบิน แพงกว่าค่ารถทัวร์เพียงแค่หลักไม่กี่ร้อยเท่านั้น)
วันนี้ MThai Technology มีคำแนะนำสำหรับชาวไอทีที่กำลังเตรียมตัวเดินทางด้วยเครื่องบินมาฝากครับ เพราะเชื่อว่าทุกท่านต้องพกพา "พาวเวอร์แบงค์" หรือ "แบตเตอรี่สำรอง" กันอย่างน้อย 1 ตัวอยู่แล้ว เอาไว้สำหรับเป็นพลังงานสำรองสำหรับ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, กล้องดิจิตอล และอื่นๆ อีกมากมาย และเนื่องจากทาง IATA (International Air Transport Association) หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้กำหนดมาตรฐานการพกพา พาวเวอร์แบงค์ ขึ้นเครื่องบินเอาไว้ เรามาดูกันครับว่ามีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง
IATA ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นไปบนเครื่องบินดังนี้
1. แบตเตอรี่สำรองสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบินได้ในจำนวนและปริมาณที่จำกัด ได้แก่
1.1 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh หรือน้อยกว่า 100 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่มีการจำกัดจำนวน
1.2 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้า 20,000 – 32,000 mAh หรือ 100-160 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ก้อน
1.3 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือ 160 Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องในทุกกรณี
2. ห้ามนำแบตเตอรี่สำรองใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องในทุกกรณี
ใครที่จะพกพาแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน ก่อนเดินทางก็เตรียมตัวกันให้ดีนะครับ หากลืมอาจโดนยึด พาวเวอร์แบงค์ ก่อนขึ้นเครื่อง จะเที่ยวไม่สนุกเอานะ
วันนี้ MThai Technology มีคำแนะนำสำหรับชาวไอทีที่กำลังเตรียมตัวเดินทางด้วยเครื่องบินมาฝากครับ เพราะเชื่อว่าทุกท่านต้องพกพา "พาวเวอร์แบงค์" หรือ "แบตเตอรี่สำรอง" กันอย่างน้อย 1 ตัวอยู่แล้ว เอาไว้สำหรับเป็นพลังงานสำรองสำหรับ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, กล้องดิจิตอล และอื่นๆ อีกมากมาย และเนื่องจากทาง IATA (International Air Transport Association) หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้กำหนดมาตรฐานการพกพา พาวเวอร์แบงค์ ขึ้นเครื่องบินเอาไว้ เรามาดูกันครับว่ามีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ ที่นำขึ้นเครื่องได้ |
IATA ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นไปบนเครื่องบินดังนี้
1. แบตเตอรี่สำรองสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบินได้ในจำนวนและปริมาณที่จำกัด ได้แก่
1.1 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh หรือน้อยกว่า 100 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่มีการจำกัดจำนวน
1.2 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้า 20,000 – 32,000 mAh หรือ 100-160 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ก้อน
1.3 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือ 160 Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องในทุกกรณี
2. ห้ามนำแบตเตอรี่สำรองใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องในทุกกรณี
ใครที่จะพกพาแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน ก่อนเดินทางก็เตรียมตัวกันให้ดีนะครับ หากลืมอาจโดนยึด พาวเวอร์แบงค์ ก่อนขึ้นเครื่อง จะเที่ยวไม่สนุกเอานะ
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
5 เทคนิคเลือกซื้อ พาวเวอร์แบงค์ แบตเตอรี่สำรอง
ยุคนี้สมาร์ทโฟนแข่งกันบางเบา และ มาพร้อมกับแบตที่เบาบาง ในสเปคบอกว่าใช้ได้ 1 วันเหลือๆ แต่พอใช้งานจริงแบบหนักๆก็เหลือแบบขีดแดงๆจนผู้อดเสียวไม่ได้ว่าจะกลับถึงบ้านก่อนหรือแบตจะหมดก่อนกันแน่ พาวเวอร์แบงค์ หรือแบตเตอรี่สำรองจึงกลายเป็นแกดเจ้ดที่หลายคนพกติดตัวไว้เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาแบตมือถือหมดกลางทาง และนี่คือ 5 เทคนิคเลือกซื้อ พาวเวอร์แบงค์ ให้ถูกใจครับ
1.ความจุของแบตเตอรี่สำรอง ซัก 6,000-10,000 mAH กำลังเหมาะ ความจุของแบตเตอรี่คือตัวเลขที่บ่งบอกว่า พาวเวอร์แบงค์ มีพลังงานสะสมอยู่ในนั้นมากแค่ไหน ในปัจจุบันผู้ผลิตหลายเจ้าเน้นขุมพลังทะลุโลก 10,000+ mAH แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟมากขนาดนั้น เอาแค่ซัก 2-3 เท่าของแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนก็เกินพอแล้ว(โดยส่วนใหญ่แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนจะอยู่ที่ 2000-3000 mAH) เพราะยิ่งจุไฟได้มากเท่าไหร่ตัวเครื่อง พาวเวอร์แบงค์ ก็จะยิ่งใหญ่และหนักกระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น
2.หากพกไว้สำรองใช้งานวันต่อวัน 3000-5000 mAh ก็ใช้ได้เช่นกัน ยิ่งความจุยิ่งน้อย พาวเวอร์แบงค์ ยิ่งมีขนาดเล็ก ใครที่รักความสะดวกพกพา การเลือกใช้พลังงานน้อยๆก็น่าสนใจ จากประสบการณ์การใช้งานจริง 3000 mAH ก็ยืดอายุสมาร์ทโฟนให้แบตเต็มได้อีก 1 รอบพอดี ถ้าไม่จำเป็นต้องชาร์จหลายเครื่องหรือต้องชาร์จหลายวัน เลือกตัวเล็กหน่อยก็ได้ครับ
3.มีปลั๊กในตัวสะดวกกว่า แม้ราคาสูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้ว พาวเวอร์แบงค์ จะมาพร้อมสายชาร์จ USB แต่ก็มีบางรุ่นที่มาพร้อมปลั๊กในตัว คืองัดขั้วออกมาแล้วต่อกับเต้าเสียบได้เลย เช่น Fluxmob Bolt ที่เคยรีวิวไป หากใครต้องการลดปริมาณสายชาร์จลงเพราะมีสายชาร์จมือถือ แท็บเล็ต พาวเวอร์แบงค์ โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ เต็มกระเป๋าอยู่แล้ว การเลือกซื้อแบบมีปลั๊กในตัวก็ลดความวุ่นวายลงไปได้อีกนิด
4.แบรนด์ดังๆที่น่าเชื่อถือ เก็บไฟได้นานกว่า ใครที่เคยใช้พาวเวอร์แบงค์รุ่นถูกๆไม่กี่ร้อยน่าจะเคยประสบเหตุการณ์ชาร์จมาจนเต็ม ตกเย็นไฟไม่เหลือกันมาบ้างแล้ว อาการนี้เกิดขึ้นเพราะพาวเวอร์แบงค์ทุกตัวเมื่อถอดออกจากปลั๊กมันจะทำการคายประจุไฟที่เก็บเอาไว้ออกเอง พาวเวอร์แบงค์ที่เก็บประจุได้นานกว่า ทนกว่า จะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าพาวเวอร์แบงค์ที่เก็บไฟได้เยอะแต่คายประจุไว นี่เองเป็นเหตุผลว่า ทำไมบางแบรนด์ราคาแพงกว่าเจ้าอื่นหลายร้อยทั้งที่ความจุไฟ(mAH)น้อยกว่า
5.อัตราการรับไฟเข้าและอัตราปล่อยไฟออกควรอยู่ที่ 2.1 A หากพลิกดูสเปคของ พาวเวอร์แบงค์ ตามกล่อง เราจะเห็น Input (อัตราการรับไฟเข้า) และ Output (อัตราการปล่อยไฟออก) บางรุ่นที่ไฟเข้า(input) DC 5V – 1A อาจต้องชาร์จกันยาวนาน 10 กว่าชม.ถึงจะเต็ม และรุ่นที่ไฟออก(output) DC 5V – 1A มักจะประสบปัญหาปล่อยไฟเข้าแท็บเล็ตไม่ทันคือเสียบชาร์จแล้วแต่แบตก็ยังค่อยๆลดลงเรื่อย ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อที่เป็น DC 5V – 2.1A ทั้งเข้าและออกครับเผื่อเอาไว้ชาร์จแท็บเล็ตด้วย ส่วนใครที่เอาไว้ชาร์จแต่สมาร์ทโฟน ไฟออก DC 5V – 1A ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะส่วนใหญ่ขั้วตัวรับของสมาร์โฟนจะรับได้ที่ 1A ต่อให้ไฟออกจากพาวเวอร์แบงค์มา 2.1 A ก็ไม่ได้เร็วขึ้นสองเท่าแต่อย่างใด อ นึ่งมีหลายกรณีที่บอกว่า “ผมชาร์จ 2.1A ไวกว่า 1A นั้น อาจเกิดได้จาก 2.1A ไม่ใช่ 2.1A แท้คือพาวเวอร์แบงค์ปล่อยประจุมา1.4-1.5A พอเจอกับขั้วรับมือถือมันเลยตัดมาที่ 1A ในทางเดียวกันตัวปล่อย output 1A อาจปล่อยมาแค่ 0.6-0.7A จึงเป็นเหตุให้เราเห็นว่าชาร์จช่อง 2.1 ไฟเต็มเร็วกว่านั่นเอง
CR : Mthai
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ ยี่ห้อ Yoobao |
2.หากพกไว้สำรองใช้งานวันต่อวัน 3000-5000 mAh ก็ใช้ได้เช่นกัน ยิ่งความจุยิ่งน้อย พาวเวอร์แบงค์ ยิ่งมีขนาดเล็ก ใครที่รักความสะดวกพกพา การเลือกใช้พลังงานน้อยๆก็น่าสนใจ จากประสบการณ์การใช้งานจริง 3000 mAH ก็ยืดอายุสมาร์ทโฟนให้แบตเต็มได้อีก 1 รอบพอดี ถ้าไม่จำเป็นต้องชาร์จหลายเครื่องหรือต้องชาร์จหลายวัน เลือกตัวเล็กหน่อยก็ได้ครับ
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ ยี่ห้อ Seastar |
3.มีปลั๊กในตัวสะดวกกว่า แม้ราคาสูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้ว พาวเวอร์แบงค์ จะมาพร้อมสายชาร์จ USB แต่ก็มีบางรุ่นที่มาพร้อมปลั๊กในตัว คืองัดขั้วออกมาแล้วต่อกับเต้าเสียบได้เลย เช่น Fluxmob Bolt ที่เคยรีวิวไป หากใครต้องการลดปริมาณสายชาร์จลงเพราะมีสายชาร์จมือถือ แท็บเล็ต พาวเวอร์แบงค์ โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ เต็มกระเป๋าอยู่แล้ว การเลือกซื้อแบบมีปลั๊กในตัวก็ลดความวุ่นวายลงไปได้อีกนิด
4.แบรนด์ดังๆที่น่าเชื่อถือ เก็บไฟได้นานกว่า ใครที่เคยใช้พาวเวอร์แบงค์รุ่นถูกๆไม่กี่ร้อยน่าจะเคยประสบเหตุการณ์ชาร์จมาจนเต็ม ตกเย็นไฟไม่เหลือกันมาบ้างแล้ว อาการนี้เกิดขึ้นเพราะพาวเวอร์แบงค์ทุกตัวเมื่อถอดออกจากปลั๊กมันจะทำการคายประจุไฟที่เก็บเอาไว้ออกเอง พาวเวอร์แบงค์ที่เก็บประจุได้นานกว่า ทนกว่า จะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าพาวเวอร์แบงค์ที่เก็บไฟได้เยอะแต่คายประจุไว นี่เองเป็นเหตุผลว่า ทำไมบางแบรนด์ราคาแพงกว่าเจ้าอื่นหลายร้อยทั้งที่ความจุไฟ(mAH)น้อยกว่า
5.อัตราการรับไฟเข้าและอัตราปล่อยไฟออกควรอยู่ที่ 2.1 A หากพลิกดูสเปคของ พาวเวอร์แบงค์ ตามกล่อง เราจะเห็น Input (อัตราการรับไฟเข้า) และ Output (อัตราการปล่อยไฟออก) บางรุ่นที่ไฟเข้า(input) DC 5V – 1A อาจต้องชาร์จกันยาวนาน 10 กว่าชม.ถึงจะเต็ม และรุ่นที่ไฟออก(output) DC 5V – 1A มักจะประสบปัญหาปล่อยไฟเข้าแท็บเล็ตไม่ทันคือเสียบชาร์จแล้วแต่แบตก็ยังค่อยๆลดลงเรื่อย ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อที่เป็น DC 5V – 2.1A ทั้งเข้าและออกครับเผื่อเอาไว้ชาร์จแท็บเล็ตด้วย ส่วนใครที่เอาไว้ชาร์จแต่สมาร์ทโฟน ไฟออก DC 5V – 1A ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะส่วนใหญ่ขั้วตัวรับของสมาร์โฟนจะรับได้ที่ 1A ต่อให้ไฟออกจากพาวเวอร์แบงค์มา 2.1 A ก็ไม่ได้เร็วขึ้นสองเท่าแต่อย่างใด อ นึ่งมีหลายกรณีที่บอกว่า “ผมชาร์จ 2.1A ไวกว่า 1A นั้น อาจเกิดได้จาก 2.1A ไม่ใช่ 2.1A แท้คือพาวเวอร์แบงค์ปล่อยประจุมา1.4-1.5A พอเจอกับขั้วรับมือถือมันเลยตัดมาที่ 1A ในทางเดียวกันตัวปล่อย output 1A อาจปล่อยมาแค่ 0.6-0.7A จึงเป็นเหตุให้เราเห็นว่าชาร์จช่อง 2.1 ไฟเต็มเร็วกว่านั่นเอง
CR : Mthai
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
5 เทคนิค วิธีเลือกและใช้ พาวเวอร์แบงค์ ยังไงไม่ให้ระเบิด
พาวเวอร์แบงค์ หรือแบตเตอรี่สำรองกลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้เลยของคนยุคนี้ แต่ปัญหาหนึ่งที่่เห็นกันตาม Webboard หรือบนเน็ทเรื่อยๆเลยก็คือ พาวเวอร์แบงค์ ไหม้หรือระเบิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเกิดน้อยที่สุด จึงขอแนะนำเทคนิคดังนี้
5 เทคนิค : เลือกและใช้ พาวเวอร์แบงค์ ยังไงไม่ให้ระเบิด
1.เลือก พาวเวอร์แบงค์ ที่มีคุณภาพสูง จากร้านที่เชื่อถือได้และมีศูนย์จำหน่ายทั่วประเทศ
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในตลาดเลยก็คือร้านใหญ่แบรนด์ดังมีสาขามักจะเข้มงวดเรื่องสินค้ามากกว่าร้านเล็กๆสาขาเดียว(ไม่ใช่ว่าร้านเล็กไม่ดีแต่ความเข้มงวดโดยเฉลี่ยร้านแบรนด์ดังเข้มกว่า) ด้วยความที่พาวเวอร์แบงค์เป็นสินค้าที่ผลิตได้ง่ายและโดนปลอมเป็นประจำ การซื้อของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้มีโอกาสไหม้และระเบิดมากกว่าของแท้ การซื้อร้านที่เชื่อถือได้จึงมีโอกาสได้สินค้าของแท้มากกว่าครับ
2.ชาร์จใครชาร์จมัน อย่าชาร์จมือถือผ่านพาวเวอร์แบงค์ ถ้ากำลังชาร์จไฟพาวเวอร์แบงค์อยู่
บางบ้านที่ไม่มีสายพ่วง อาจลักไก่คือเห็นพาวเวอร์แบงค์มีรูว่างอยู่ก็เลยเสียบชาร์จมือถือพร้อมกันไปเลย แบตจะได้เต็มทั้งพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด เพราะจะทำให้พาวเวอร์แบงค์ทำงานหนักเกินไป อายุการใช้งานสั้นลงและถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานด้วยอาจไหม้หรือระเบิดได้่
3.ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของพาวเวอร์แบงค์
ไม่ควรวางพาวเวอร์แบงค์บนทีร้อนเวลาชาร์จ เช่น บนเคสคอมพิวเตอร์ที่มีความร้อน เพราะความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ทุกประเภท เวลาชาร์จแค่วางไว้บนโต๊ะหรือพื้นธรรมดาก็พอแล้ว บางคนที่ชาร์จไว้บนเคสคอมก็เพราะมันใกล้ปลั๊กพ่วงเลยเอาสะดวกเข้าว่า ซึ่งไม่ดีต่อพาวเวอร์แบงค์เสียเท่าไหร่
4.เมื่อซื้อมาใหม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา
หากไม่มั่นใจว่า ของที่ซื้อมาใหม่เป็นของดีมีคุณภาพหรือไม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา เช่น เวลาทำงาน อ่านหนังสือ เพราะถ้าของมันเสื่อมคุณภาพจริง การชาร์จเวลานอนแล้วมันไหม้ข้างหัวเตียงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ โอเคมันไม่ได้ระเบิดบ่อยขนาดนั้น แต่เพื่อความมั่นใจลองดูอาการเวลาชาร์จเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
5.ถ้าระเบิดหรือไหม้ขึ้นมาจริง หาถังดับเพลิงมาใช้งานดีกว่าดับด้วยน้ำ
การดับไฟที่ไหม้อยู่บนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิครวมไปถึงพาวเวอร์แบงค์ควรใช้ถังดับเพลิงมากกว่า เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและอาจทำให้แบตเตอรี่อีกก้อนของพาวเวอร์แบงค์ลัดวงจรและระเบิดคูณ 2 หรืออุปกรณ์อื่นๆพังเสียหายไปด้วย การมีถังดับเพลิงขนาดเล็กติดไว้ที่บ้านจึงปลอดภัยกว่าในเวลาที่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริงๆ
![]() |
| พาวเวอร์แบงค์ ระเบิด |
5 เทคนิค : เลือกและใช้ พาวเวอร์แบงค์ ยังไงไม่ให้ระเบิด
1.เลือก พาวเวอร์แบงค์ ที่มีคุณภาพสูง จากร้านที่เชื่อถือได้และมีศูนย์จำหน่ายทั่วประเทศ
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในตลาดเลยก็คือร้านใหญ่แบรนด์ดังมีสาขามักจะเข้มงวดเรื่องสินค้ามากกว่าร้านเล็กๆสาขาเดียว(ไม่ใช่ว่าร้านเล็กไม่ดีแต่ความเข้มงวดโดยเฉลี่ยร้านแบรนด์ดังเข้มกว่า) ด้วยความที่พาวเวอร์แบงค์เป็นสินค้าที่ผลิตได้ง่ายและโดนปลอมเป็นประจำ การซื้อของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้มีโอกาสไหม้และระเบิดมากกว่าของแท้ การซื้อร้านที่เชื่อถือได้จึงมีโอกาสได้สินค้าของแท้มากกว่าครับ
2.ชาร์จใครชาร์จมัน อย่าชาร์จมือถือผ่านพาวเวอร์แบงค์ ถ้ากำลังชาร์จไฟพาวเวอร์แบงค์อยู่
บางบ้านที่ไม่มีสายพ่วง อาจลักไก่คือเห็นพาวเวอร์แบงค์มีรูว่างอยู่ก็เลยเสียบชาร์จมือถือพร้อมกันไปเลย แบตจะได้เต็มทั้งพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด เพราะจะทำให้พาวเวอร์แบงค์ทำงานหนักเกินไป อายุการใช้งานสั้นลงและถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานด้วยอาจไหม้หรือระเบิดได้่
3.ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของพาวเวอร์แบงค์
ไม่ควรวางพาวเวอร์แบงค์บนทีร้อนเวลาชาร์จ เช่น บนเคสคอมพิวเตอร์ที่มีความร้อน เพราะความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ทุกประเภท เวลาชาร์จแค่วางไว้บนโต๊ะหรือพื้นธรรมดาก็พอแล้ว บางคนที่ชาร์จไว้บนเคสคอมก็เพราะมันใกล้ปลั๊กพ่วงเลยเอาสะดวกเข้าว่า ซึ่งไม่ดีต่อพาวเวอร์แบงค์เสียเท่าไหร่
4.เมื่อซื้อมาใหม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา
หากไม่มั่นใจว่า ของที่ซื้อมาใหม่เป็นของดีมีคุณภาพหรือไม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา เช่น เวลาทำงาน อ่านหนังสือ เพราะถ้าของมันเสื่อมคุณภาพจริง การชาร์จเวลานอนแล้วมันไหม้ข้างหัวเตียงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ โอเคมันไม่ได้ระเบิดบ่อยขนาดนั้น แต่เพื่อความมั่นใจลองดูอาการเวลาชาร์จเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
5.ถ้าระเบิดหรือไหม้ขึ้นมาจริง หาถังดับเพลิงมาใช้งานดีกว่าดับด้วยน้ำ
การดับไฟที่ไหม้อยู่บนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิครวมไปถึงพาวเวอร์แบงค์ควรใช้ถังดับเพลิงมากกว่า เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและอาจทำให้แบตเตอรี่อีกก้อนของพาวเวอร์แบงค์ลัดวงจรและระเบิดคูณ 2 หรืออุปกรณ์อื่นๆพังเสียหายไปด้วย การมีถังดับเพลิงขนาดเล็กติดไว้ที่บ้านจึงปลอดภัยกว่าในเวลาที่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริงๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



























