แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558
AIS สตาร์ทบรอดแบนด์ไฟเบอร์ ใช้ได้กับ ตัวรับสัญญาณ WiFi
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า วันนี้ (27 เม.ย.) บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟเบอร์ออฟติกเต็มรูปแบบ ในชื่อ AIS Fibre และถือเป็นรายแรกในไทยที่ไม่มีการใช้สายทองแดงในการเชื่อมต่อสัญญาณเข้าไป ที่อยู่อาศัย หรืออาคารสำนักงาน รวมกว่า 1.3 แสนหลังคาเรือน, 500 หมู่บ้าน และ 700 อาคาร
นายฮุย เวง ชอง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ ของเอไอเอส เปิดเผยว่า เทคโนโลยีที่บริษัทให้บริการคือ Pure Fibre หรือใช้แต่สายไฟเบอร์ออฟติกเท่านั้น ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องความชื้น และความเสถียรในการรับส่งข้อมูลค่อนข้างสูง ที่สำคัญยังสามารถอัพโหลดข้อมูลได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการในตลาดด้วยกัน ช่วงแรกให้บริการใน 7 พื้นที่คือ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, ภูเก็ต และเมืองหาดใหญ่
"โครงข่ายของ AIS Fibre มีความยาวถึง 1.2 แสนกม. มาจากที่ใช้ในเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และวางใหม่ ซึ่งบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงนี้ เป็นหนึ่งในบริการที่จะทำให้เอไอเอสก้าวไปสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลไลฟ์ หลังจากที่เปิดบริการ AIS Super Wifi ในแหล่งชุมชนต่างๆ ผ่านความเร็ว 650 Mbps และ Beat Banking บริการธนาคารรูปแบบใหม่" งานนี้ใครมี ตัวรับสัญญาณ WiFi สามารถนำไปต่อใช้เล่นกับอินเตอร์เน็ทได้ทันทีเลย
โดย AIS Fibre มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 590 บาท/เดือน ได้ความเร็วดาวน์โหลด/อัพโหลดที่ 15/5 Mbps ส่วนค่าบริการสูงสุดอยู่ที่ 27,990 บาท/เดือน ได้รับความเร็ว 1 Gbps/ 200 Mbps ทั้งนี้ผู้บริโภคที่สมัครในช่วงแรกจะฟรีค่าติดตั้ง 4,000 บาท พร้อมเราท์เตอร์ไวไฟ รวมถึงฟรีกล่อง AIS Playbox มูลค่า 2,500 บาท ที่รับชมรายการสด และเทปมากกว่า 100 ช่อง ในความละเอียดเอชดี พร้อมกับได้สิทธิ์รับชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟรีนานสุด 6 เดือน
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558
ฟรี WiFi ค่ายมือถือจัดกิจกรรมแน่น เอาใจคนมี ตัวรับสัญญาณ WiFi
ในช่วงเทศกาลเปียกๆ แต่เปี่ยมสุขอย่าง "สงกรานต์" นี้ เอไอเอส-ดีแทค สนับสนุนความสุขคนไทย ด้วยหลากหลายกิจกรรม…
เริ่มต้นที่...บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส มอบความสุขและความอบอุ่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์แก่ลูกค้า ด้วยแคมเปญ "สงกรานต์ทั่วไทย อุ่นใจทั้งครอบครัวกับเอไอเอส" กับหลากหลายกิจกรรม อาทิ ความร่วมมือกับบริษัท เอ็น จี อาร์ จำกัด นำภาพยนตร์เรื่อง "มะหมา 2 ภาคสนุกสมบูรณ์" ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมาให้คนไทยได้ชมฟรีพร้อมกันเป็นครั้งแรก ทั้งบนมือถือและโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 14 เมษายน 2558 รอบฉายเวลา 11.00 น. โดยผู้สนใจสามารถชมสดบนมือถือในวันและเวลาดังกล่าวผ่านทาง AIS Line Official (คิดค่าบริการดาต้าตามแพ็กเกจ) และสำหรับลูกค้าเอไอเอสในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถชมได้ฟรี ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ 30 สาขาที่ร่วมรายการ เพียงแสดงมือถือต่อเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ โดยหนึ่งเลขหมาย จะได้รับสิทธิ์ 2 ที่นั่ง
นอกจากนี้ เอไอเอสยังดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าด้านการสื่อสารระหว่างเดินทางกลับบ้านหรือขณะท่องเที่ยวลื่นไหล โดยจัดรถโมบายพร้อมไวไฟ ขยายสัญญาณการใช้งานของลูกค้า ณ จุดที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่น เช่น สถานีขนส่งหมอชิต, สถานีขนส่งสายใต้, สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เป็นต้น รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์เพื่อขยายสัญญาณเพิ่มเติมในจุดแวะพักระหว่างเส้นทางต่างๆ บนถนนสายหลักของประเทศ อีกทั้งเตรียมพร้อมทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ AIS Call Center เพื่อแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมอบเซตของขวัญ อาทิ ซองมือถือกันน้ำซึ่งภายในบรรจุชุดน้ำอบและดินสอพอง พร้อมทั้งลูกอมและน้ำดื่มให้แก่ลูกค้า บริเวณจุดที่เป็นทางออกสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วไทย ทั้งที่สถานีขนส่งหมอชิต, สถานีขนส่งสายใต้ และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 5 แห่ง หรือหากลูกค้าไปทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้บริการตู้ Kiosk หรือย้ายค่ายมาเป็นครอบครัวเอไอเอส ที่เอไอเอสช็อปทั่วประเทศก็จะได้รับซองกันน้ำใส่มือถือฟรี และสำหรับลูกค้าที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่เอเชียทีคก็สามารถเข้าไปใช้บริการใน AIS Dry Zone เพื่อใช้โทรศัพท์ในพื้นที่แห้งและจุดบริการชาร์จแบตได้อีกด้วย
![]() |
| AIS ชวนดูหนัง มะหมา 2 |
ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค นายลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยทีมผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจภูมิภาคทั่วประเทศ ได้ชวนลูกค้าดีแทคและแฮปปี้ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ มอบปืนฉีดน้ำสุดเก๋เพื่อส่งต่อความสนุกสนานให้เล่นน้ำอย่างชุ่มฉ่ำ เพียงชำระค่าบริการรายเดือน 500 บาทขึ้นไป หรือซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใดก็ได้ พร้อมสมัครแพ็กเกจแบบรายเดือน หรือเปิดเบอร์ใหม่-ย้ายค่ายเบอร์เดิม พร้อมสมัครแพ็กเกจแบบรายเดือนมูลค่า 500 บาทขึ้นไป ทั้งยังมอบซองกันน้ำ เพื่อให้ลูกค้าใช้มือถือได้อย่างปลอดภัยระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์ เพียงชำระค่าบริการรายเดือน 500 บาทขึ้นไป หรือซื้ออุปกรณ์เสริมมูลค่า 500 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2558 ที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่มีใบเสร็จชำระค่าบริการเดือนเมษายนมูลค่า 500 บาทขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จรับของสมนาคุณข้างต้นได้ที่ดีแทคฮอลล์ทุกสาขา
พร้อมกันนี้ ดีแทคยังได้เตรียมความพร้อมเครือข่าย 3จี และ 4จี ทุกภาคทั่วไทยรองรับการใช้งานตลอดเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทีมงานมอนิเตอร์ตลอด 24 ชม. ลุยเสริม 4จี เพิ่มความแรงให้บริการลูกค้าในงาน S2O (Songkran’s Official Electronic Dance Music Festival) สุดยอดปรากฏการณ์ปาร์ตี้สงกรานต์ด้วยดนตรีแนว EDM ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการดีแทค WiFi ฟรีทุกคนไม่จำกัดค่าย ร่วมออกบูธจัดความสนุกสุดเหวี่ยงสร้างสีสันภายในงาน
![]() |
| มันไร้ขีดจำกัด |
สำหรับแผนการดูแลเครือข่ายนั้น ดีแทคได้วางแผนเตรียมความพร้อมและทีมงานมอนิเตอร์การใช้งาน ปรับพารามิเตอร์ให้เสาส่งสัญญาณรองรับพื้นที่การใช้งานที่หนาแน่นและเพิ่ม Capacity ตามแผนในแต่ละจุดของพื้นที่รองรับเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ โดยแผนการรองรับการใช้งานช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังครอบคลุมถึงการส่งรถโมบายเพิ่มขยายช่องสัญญาณ เพื่อสร้างความมั่นใจและรองรับการใช้งานมือถือตามบริเวณจัดงานยอดนิยมทั่วประเทศ เช่น ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริเวณถนนข้าวสาร ถนนสีลม พระประแดง ครอบคลุมสถานีขนส่งผู้โดยสาร หัวลำโพง สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อรองรับการเดินทาง และสถานที่จัดงานยอดนิยมในจังหวัดสำคัญทุกภาคทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย ลำปาง หัวหิน เพชรบุรี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช บางแสน พัทยา ชลบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี หนองคาย อุบลราชธานี นครราชสีมา เป็นต้น
นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคได้เข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน S2O สุดยอดปรากฏการณ์ปาร์ตี้สงกรานต์แนวดนตรี EDM ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2558 ที่ S2O Factory RCA พระราม 9 โดยดีแทคได้เข้าเตรียมความพร้อมเสริมโครงข่าย 4จี ให้ลูกค้าได้มั่นใจสัญญาณแรงขึ้นครอบคลุมพื้นที่จัดงานรองรับผู้ใช้งาน 15,000 คนต่อวัน เพื่อลูกค้าดีแทคได้เชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือ อัพโหลดภาพได้อย่างสนุกสนานและเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดีย พร้อมใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่างมั่นใจ และพิเศษสุดกับ ดีแทค WiFi ที่พร้อมให้บริการฟรีแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนไม่จำกัดค่าย โดยบริการสัญญาณ WiFi ทั่วพื้นที่การจัดงานเสริมการใช้งานให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ ด้วยการลงทะเบียนและล็อกอินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
งานนี้ใครมี ตัวรับสัญญาณ WiFi สามารถนำเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ทให้คอมพิวเตอร์ได้กันเลยนะเนี่ย
นางสาวปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลุ่มธุรกิจโพสต์เพด ดีแทค กล่าวว่า เพื่อให้ลูกค้าของดีแทคและผู้เข้าร่วมงานได้สนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ภายในงาน S2O นี้ ดีแทคจึงได้เข้าร่วมจัดบูธภายในงานเพื่อจัดกิจกรรมสนุกมากมายให้ลูกค้าและผู้เข้าร่วมงาน ได้ลุ้นรับแว่นกันน้ำ ซองกันน้ำมือถือ และพบกับเหล่าทัพ Water Refill Gang ให้เติมน้ำเล่นสนุกได้ตลอดงาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีนอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมของเครือข่ายรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ
![]() |
| DTAC เสิร์ฟความสนุกให้ลูกค้า |
ส่วนแฮปปี้ก็ได้มอบความห่วงใยตลอดเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเปิดตัวโครงการ "โปรเสริมโทร-เน็ต ฟรีประกันภัย" ซึ่งเป็นครั้งแรกในตลาดมือถือแบบเติมเงินที่มอบประกันภัยอุบัติเหตุให้กับลูกค้าฟรี โดยไม่ต้องส่งเอกสารและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม เพียงเป็นลูกค้าแฮปปี้ที่ซื้อโปรเสริมโทรหายห่วง หรือเน็ตสบายใจ ราคา 99 บาท ใช้ได้นาน 10 วัน พร้อมลงทะเบียนซิมการ์ดสมบูรณ์ตามประกาศ กสทช. ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 เมษายน 2558 ก็จะได้รับความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุ กรณีเสียชีวิต 100,000 บาท ตลอดช่วงสงกรานต์ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2558
วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558
ขอนแก่น บริการฟรี WiFi เล่นอินเตอร์เน็ทฟรีช่วงสงกรานต์
หลายพื้นที่ตั้งจุดบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนใครที่ไป จ.ขอนแก่น อย่าลืมแวะไปใช้บริการที่ "จุดบริการประชาชนติดแอร์" อ.น้ำพอง มีให้บริการทุกอย่างแบบครบครัน
เรียกว่าเป็น "จุดบริการประชาชนติดแอร์" ที่น่าชื่นใจอีกจุดหนึ่งสำหรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หากใครขับรถมาบนเส้นทางถนนมิตรภาพ ก็จะพบจุดบริการของหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย แต่สำหรับ "จุดบริการประชาชนติดแอร์" บนถนนมิตรภาพหน้าวัดท่าน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่จัดตั้งโดยมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง มี
บริการฟรีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม กาแฟ ขนม เครื่องดื่มชูกำลัง บริการประยางให้กับรถเล็ก มีรถลากหากเกิดอุบัติเหตุ พร้อมด้วยห้องแอร์ไว้ให้ประชาชนเข้าไปพักให้หายเหนื่อยในห้องแอร์เย็น ๆ พร้อมสัญญาสื่อสาร WiFi ฟรี หากใครมีโน๊ตบุ๊ค สามารถนำมาต่ออินเตอร์เน็ทด้วย ตัวรับสัญญาณ WiFi เล่นอินเตอร์เน็ทได้เลย
นายคัคเนศ คงเจริญสุข รองประธานมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง กล่าวว่า ในช่วง 7 วันอันตราย ทางมูลนิธิฯ จัดตั้งจุดบริการ ไว้คอยบริการประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ จะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของมูลนิธิฯ ไว้คอยบริการ โดยการกางเต้นท์ชั่วคราวหน้าวัดท่าน้ำพอง แต่เนื่องจากปีนี้อากาศร้อนจัดบางวันสูงเกือบ 40 องศา จึงมีแนวความคิดว่า น่าจะติดแอร์ไว้คอยบริการประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้พักผ่อน โดยนำผ้าพลาสติก ไวนิล ที่มีอยู่แล้ว นำมากั้น และติดแอร์ แถมยังมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม ทีวี พัดลม เสริมเพิ่มเติม พร้อมสัญญาณ WiFi ให้ได้ใช้ฟรีอีกด้วย เหมาะสำหรับใช้ร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi ส่วนใครต้องการอาหารรองท้องไว้ก่อนก็มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไว้บริการฟรี
วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558
ไปญี่ปุ่น อยากใช้มือถือ หรืออินเทอร์เน็ต ตัวรับสัญญาณ WiFi ต้องทำอย่างไร
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ก็เข้าฤดูร้อนกันแล้วนะครับ และท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงกำลังวางแผนที่จะไปท่องเที่ยวต่างแดนเพื่อหนีอากาศร้อนๆ ในบ้านเรา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนที่กำลังเป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ ในขณะนี้ ที่หนึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่นเพราะช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ และช่วงเทศกาลชมดอกไม้ หรือที่เรียกว่า เทศกาลชมดอกซากุระบานนั่นเอง
โดยปัจจุบันนี้ใครที่ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ต้องทำวีซ่าให้ยุ่งยากแล้ว เนื่องทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าให้กับ คนไทยที่จะไปท่องเที่ยวในระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน
แต่ก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังกังวลใจอยู่ นั่นก็คือการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ในประเทศญี่ปุ่นนั่น เอง ซึ่งผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไร
อยากจะแชร์รูปภาพ, แชทกับเพื่อนๆ หรืออยากจะดูข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านมือถือ สมาร์ทโฟนแต่ก็กังวลว่าจะเปิดการใช้งานโรมมิ่ง (Roaming) จากประเทศไทยไปเลยดีหรือไม่ และราคาค่าใช้จ่ายจะสูงขนาดไหน หรือควรไปซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใช้งานดี เพราะฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ จะมาแนะนำข้อมูลดีๆ ให้ผู้อ่านที่กำลังจะไปท่องเที่ยวที่ประเทศที่ญี่ปุ่น และอยากใช้งานมือถือ หรืออินเทอร์เน็ต ว่าควรต้องทำอย่างไร วิธีไหนจึงจะเหมาะสม และคุ้มค่ามากที่สุด
โดยปกติแล้ว การใช้งานมือถือ หรืออินเทอร์เน็ตในประเทศญี่ปุ่น จะมีวิธีที่นิยมกันอยู่ 3 รูปแบบได้แก่การเปิดโรมมิ่ง (Roaming), การเลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใส่เครื่องใช้งาน และการเช่าอุปกรณ์ Pocket Wifi พร้อมซิมการ์ดในตัว ซึ่งแต่ละวิธี จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 : การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) กับเครือข่ายในประเทศไทย
การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) ผ่านระบบเครือข่ายในบ้านเราอย่าง AIS, dtac และ TrueMove H ซึ่งทั้ง 3 ค่าย นั้นจะมีแพ็กเกจที่น่าสนใจไม่แพ้กันเราลองไปชมแพ็กเกจของทั้ง 3 ค่ายกันเลยครับ
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ AIS
สำหรับแพ็คเก็จโรมมิ่ง (Roaming) ของ AIS นั้นก็มีให้เลือกใช้งานมากมายหลายแพ็กเกจ ไม่ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายแบบไม่จำกัดปริมาณข้อมูลเพียง อย่างเดียว หรือเฉพาะโทรออก-รับสาย และ SMS โดยจะมีให้เลือกใช้งานแบบระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 14 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่ 280 บาท และสามารถใช้งานได้ทั้งซิมการ์ดแบบเติมเงิน และแบบรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : AIS Roaming
***คำแนะนำ*** : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ dtac
ส่วน แพ็กเก็จโรมมิ่ง (Roaming) ของ dtac นั้นก็มีให้เลือกใช้งานอยู่หลายแพ็กเกจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายแบบไม่จำกัดปริมาณ ข้อมูล หรือคิดตามปริมาณการใช้งาน โดยจะมีให้เลือกใช้งานแบบระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 7 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่ 280 บาท แต่สามารถใช้งานได้ทั้งซิมการ์ดแบบรายเดือนเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลเพิ่มเติม : dtac Roaming
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ TrueMove H
และสุดท้ายสำหรับแพ็คเก็จโรมมิ่ง (Roaming) ของ Truemove H นั้นก็มีให้เลือกใช้หลากหลายไม่แพ้กัน ไม่ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดปริมาณข้อมูลเพียงอย่างเดียว หรือเฉพาะโทรออก-รับสาย โดยจะมีให้เลือกใช้งานแบบระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 7 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่ 280บาท และสามารถใช้งานได้ทั้งซิมการ์ดแบบเติมเงิน และแบบรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : TrueMove H Roaming
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
วิธีที่ 2 : เลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใช้งานบนสมาร์ทโฟน
โดย ส่วนใหญ่คนไทยเราจะใช้บริการจาก bmobile ซึ่งจะเป็นซิมการ์ดจากผู้ให้บริการเครือข่าย Docomo ในประเทศญี่ปุ่น และมีให้ใช้งานซิมการ์ดถึง 2 แบบ คือ แบบ PAYG SIM และแบบ VISITOR SIM
สำหรับแบบ PAYG SIM จะเป็นซิมการ์ดแบบลงทะเบียน โดยจะสามารถเลือกใช้งานได้ในระยะเวลา 7 วัน และ 14 วัน ซึ่ง PAYG SIM ในระยะเวลา 7 วัน จะสามารถใช้โทรออก-รับสาย และส่ง SMS ได้อีกด้วย
รวมไปถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G ได้สูงสุด 3 GB โดยจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9,980 เยน (ประมาณ2,700 บาท) ส่วนแบบ PAYG SIM ในระยะเวลา 14 วัน จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G ได้สูงสุด 3 GB เพียงอย่างเดียว และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 4,990 เยน (ประมาณ 1,350 บาท)
ส่วน แบบ VISITOR SIM ก็จะสะดวกสบายขึ้นมาอีกเล็กน้อย เนื่องไม่ต้องลงทะเบียนซิมการ์ดให้ยุ่งยาก ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ 2 แบบ นั่นก็คือ แบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตสุงสุด 1 GB โดยไม่กำหนดระยะเวลา และแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตในระยะเวลา 14 วัน
โดยสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดข้อมูล แต่จะถูกจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตไว้ที่ 300 Kbps ซึ่ง VISITOR SIM ทั้ง 2 แบบ จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 3,686 เยน (ประมาณ 1,000 บาท) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่นี่ : bmobile
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ หรือสมัครใช้งาน***
วิธีที่ 3 : เช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ดในตัว
โดยอุปกรณ์ Pocket WiFi นี้จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไปกันเป็นกลุ่ม เพราะอุปกรณ์ Pocket WiFi จะสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้หลายเครื่องพร้อมกัน
ซึ่งส่วนมากผู้ใช้งานทั่วไปจะเลือกใช้บริการเช่า Pocket WiFi จากประเทศไทยไปใช้ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งยังมีบริการจัดส่ง และรับคืนอุปกรณ์ให้ฟรี รวมไปถึงยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดข้อมูลอีกด้วย ซึ่งผู้ให้บริการเช่านั้นมีหลากหลายเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ bs-mobile, jp-wifi, wifi-rental และ rentinternet
โดยจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไป และมีราคาให้เช่าต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 190 บาทขึ้นไป ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสั่งเช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ด ในตัวผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยสามารถใช้ร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi เพื่อต่อใช้งานเปิดเว็บไซด์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกเช่าอุปกรณ์***
เรามาสรุปกันเลยดีกว่าครับ สำหรับผู้อ่านที่คิดว่าไม่อยากยุ่งยากในการหาซื้อซิมการ์ดในต่างประเทศก็แนะนำให้เลือกใช้บริการโรมมิ่ง (Roaming) จากผู้ให้บริการเครือข่ายในบ้านเรา ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวิธีอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละโปรโมชั่น และช่วงเวลาในการโรมมิ่งของสัญญาณก็อาจจะดูช้าสักนิด
แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ ส่วนการเลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญีปุ่น นั้นก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน โดยมีโปรโมชั่นให้เลือกใช้งานหลากหลาย และมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป แต่อาจจะต้องเลือกซื้อซิมการ์ดด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ต และให้จัดส่งมาให้ที่ประเทศไทย หรือไปรับที่ประเทศญี่ปุ่นแทน
มาต่อกันที่ทางเลือกสุดท้ายที่ดูเหมือนจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้งานที่ไป กันเป็นกลุ่ม สำหรับทางเลือกในการเช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ดในตัว ซึ่งสามารถหาเช่าอุปกรณ์ได้ที่ประเทศไทย พร้อมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง
และการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ไม่จำกัดปริมาณข้อมูล หรือจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตอีกด้วย อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม ผู้อ่านทุกท่านก็ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขของการใช้งานต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครใช้บริการ มิเช่นนั้นค่าใช้จ่ายของท่านอาจจะบานปลายเกินคาดคิด
สุดท้ายนี้ก็หวังว่าข้อมูลข้างต้นคงจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังจะเดิน ทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นบ้างไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ สวัสดีครับ
โดยปัจจุบันนี้ใครที่ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ต้องทำวีซ่าให้ยุ่งยากแล้ว เนื่องทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าให้กับ คนไทยที่จะไปท่องเที่ยวในระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน
แต่ก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังกังวลใจอยู่ นั่นก็คือการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ในประเทศญี่ปุ่นนั่น เอง ซึ่งผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไร
อยากจะแชร์รูปภาพ, แชทกับเพื่อนๆ หรืออยากจะดูข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านมือถือ สมาร์ทโฟนแต่ก็กังวลว่าจะเปิดการใช้งานโรมมิ่ง (Roaming) จากประเทศไทยไปเลยดีหรือไม่ และราคาค่าใช้จ่ายจะสูงขนาดไหน หรือควรไปซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใช้งานดี เพราะฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ จะมาแนะนำข้อมูลดีๆ ให้ผู้อ่านที่กำลังจะไปท่องเที่ยวที่ประเทศที่ญี่ปุ่น และอยากใช้งานมือถือ หรืออินเทอร์เน็ต ว่าควรต้องทำอย่างไร วิธีไหนจึงจะเหมาะสม และคุ้มค่ามากที่สุด
โดยปกติแล้ว การใช้งานมือถือ หรืออินเทอร์เน็ตในประเทศญี่ปุ่น จะมีวิธีที่นิยมกันอยู่ 3 รูปแบบได้แก่การเปิดโรมมิ่ง (Roaming), การเลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใส่เครื่องใช้งาน และการเช่าอุปกรณ์ Pocket Wifi พร้อมซิมการ์ดในตัว ซึ่งแต่ละวิธี จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 : การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) กับเครือข่ายในประเทศไทย
การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) ผ่านระบบเครือข่ายในบ้านเราอย่าง AIS, dtac และ TrueMove H ซึ่งทั้ง 3 ค่าย นั้นจะมีแพ็กเกจที่น่าสนใจไม่แพ้กันเราลองไปชมแพ็กเกจของทั้ง 3 ค่ายกันเลยครับ
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ AIS
สำหรับแพ็คเก็จโรมมิ่ง (Roaming) ของ AIS นั้นก็มีให้เลือกใช้งานมากมายหลายแพ็กเกจ ไม่ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายแบบไม่จำกัดปริมาณข้อมูลเพียง อย่างเดียว หรือเฉพาะโทรออก-รับสาย และ SMS โดยจะมีให้เลือกใช้งานแบบระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 14 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่ 280 บาท และสามารถใช้งานได้ทั้งซิมการ์ดแบบเติมเงิน และแบบรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : AIS Roaming
***คำแนะนำ*** : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ dtac
ข้อมูลเพิ่มเติม : dtac Roaming
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
แพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของ TrueMove H
และสุดท้ายสำหรับแพ็คเก็จโรมมิ่ง (Roaming) ของ Truemove H นั้นก็มีให้เลือกใช้หลากหลายไม่แพ้กัน ไม่ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดปริมาณข้อมูลเพียงอย่างเดียว หรือเฉพาะโทรออก-รับสาย โดยจะมีให้เลือกใช้งานแบบระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 7 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่ 280บาท และสามารถใช้งานได้ทั้งซิมการ์ดแบบเติมเงิน และแบบรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : TrueMove H Roaming
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจสมัครใช้บริการ***
วิธีที่ 2 : เลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญี่ปุ่นมาใช้งานบนสมาร์ทโฟน
โดย ส่วนใหญ่คนไทยเราจะใช้บริการจาก bmobile ซึ่งจะเป็นซิมการ์ดจากผู้ให้บริการเครือข่าย Docomo ในประเทศญี่ปุ่น และมีให้ใช้งานซิมการ์ดถึง 2 แบบ คือ แบบ PAYG SIM และแบบ VISITOR SIM
สำหรับแบบ PAYG SIM จะเป็นซิมการ์ดแบบลงทะเบียน โดยจะสามารถเลือกใช้งานได้ในระยะเวลา 7 วัน และ 14 วัน ซึ่ง PAYG SIM ในระยะเวลา 7 วัน จะสามารถใช้โทรออก-รับสาย และส่ง SMS ได้อีกด้วย
รวมไปถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G ได้สูงสุด 3 GB โดยจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9,980 เยน (ประมาณ2,700 บาท) ส่วนแบบ PAYG SIM ในระยะเวลา 14 วัน จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G ได้สูงสุด 3 GB เพียงอย่างเดียว และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 4,990 เยน (ประมาณ 1,350 บาท)
ส่วน แบบ VISITOR SIM ก็จะสะดวกสบายขึ้นมาอีกเล็กน้อย เนื่องไม่ต้องลงทะเบียนซิมการ์ดให้ยุ่งยาก ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ 2 แบบ นั่นก็คือ แบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตสุงสุด 1 GB โดยไม่กำหนดระยะเวลา และแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตในระยะเวลา 14 วัน
โดยสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดข้อมูล แต่จะถูกจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตไว้ที่ 300 Kbps ซึ่ง VISITOR SIM ทั้ง 2 แบบ จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 3,686 เยน (ประมาณ 1,000 บาท) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่นี่ : bmobile
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ หรือสมัครใช้งาน***
วิธีที่ 3 : เช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ดในตัว
โดยอุปกรณ์ Pocket WiFi นี้จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไปกันเป็นกลุ่ม เพราะอุปกรณ์ Pocket WiFi จะสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้หลายเครื่องพร้อมกัน
ซึ่งส่วนมากผู้ใช้งานทั่วไปจะเลือกใช้บริการเช่า Pocket WiFi จากประเทศไทยไปใช้ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งยังมีบริการจัดส่ง และรับคืนอุปกรณ์ให้ฟรี รวมไปถึงยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G แบบไม่จำกัดข้อมูลอีกด้วย ซึ่งผู้ให้บริการเช่านั้นมีหลากหลายเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ bs-mobile, jp-wifi, wifi-rental และ rentinternet
โดยจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไป และมีราคาให้เช่าต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 190 บาทขึ้นไป ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสั่งเช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ด ในตัวผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยสามารถใช้ร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi เพื่อต่อใช้งานเปิดเว็บไซด์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์
***คำแนะนำ : ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกเช่าอุปกรณ์***
เรามาสรุปกันเลยดีกว่าครับ สำหรับผู้อ่านที่คิดว่าไม่อยากยุ่งยากในการหาซื้อซิมการ์ดในต่างประเทศก็แนะนำให้เลือกใช้บริการโรมมิ่ง (Roaming) จากผู้ให้บริการเครือข่ายในบ้านเรา ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวิธีอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละโปรโมชั่น และช่วงเวลาในการโรมมิ่งของสัญญาณก็อาจจะดูช้าสักนิด
แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ ส่วนการเลือกซื้อซิมการ์ดที่ประเทศญีปุ่น นั้นก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน โดยมีโปรโมชั่นให้เลือกใช้งานหลากหลาย และมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป แต่อาจจะต้องเลือกซื้อซิมการ์ดด้วยตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ต และให้จัดส่งมาให้ที่ประเทศไทย หรือไปรับที่ประเทศญี่ปุ่นแทน
มาต่อกันที่ทางเลือกสุดท้ายที่ดูเหมือนจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้งานที่ไป กันเป็นกลุ่ม สำหรับทางเลือกในการเช่าอุปกรณ์ Pocket WiFi พร้อมซิมการ์ดในตัว ซึ่งสามารถหาเช่าอุปกรณ์ได้ที่ประเทศไทย พร้อมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง
และการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ไม่จำกัดปริมาณข้อมูล หรือจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตอีกด้วย อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม ผู้อ่านทุกท่านก็ควรศึกษาแพ็กเกจ และเงื่อนไขของการใช้งานต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครใช้บริการ มิเช่นนั้นค่าใช้จ่ายของท่านอาจจะบานปลายเกินคาดคิด
สุดท้ายนี้ก็หวังว่าข้อมูลข้างต้นคงจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังจะเดิน ทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นบ้างไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ สวัสดีครับ
วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558
Review Lenovo Yoga 3 Pro ไฮบริดครบเครื่อง เน้นบาง มี ตัวรับสัญญาณ WiFi ในเครื่อง
นับว่าเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของเลอโนโว ในการที่ Lenovo Yoga 3 Pro ได้มีการผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องเเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีว่า จุดเด่นอย่างการหมุนหน้าจอได้ 360 องศา เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในยุคปัจจุบัน
เมื่อนับรวมไปกับการพัฒนาทางด้านหน่วยประมวลผลของอินเทล ที่มีการคิดค้น Intel Core M เพิ่มขึ้นมา ชูจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพในการประมวลผล แต่ใช้พลังงานต่ำ ยิ่งเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในการใช้งานโน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์พกพาได้มากขึ้น
การออกแบบและสเปก
ในแง่ของการออกแบบต้องยอมรับว่า Yoga 3 ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของวัสดุที่ใช้งาน ความบาง น้ำหนัก บนจุดแข็งหลักคือการที่หน้าจอหมุนได้ 360 องศา โดยในรุ่นนี้ได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของข้อต่อบานพับเข้ามาด้วยการนำเทคโนโลยีของข้อต่อนาฬิกาเข้ามาใช้งานร่วมกับแบบเดิม เพื่อให้ได้ความแข็งแรงในการพับจอได้มากขึ้น
ถัดมาในส่วนของวัสดุภายนอกจะใช้เป็นอะลูมิเนียมสีเงิน เพิ่มความหรูหราให้กับตัวสินค้ามากยิ่งขึ้น โดยจะมีเพียงสัญลักษณ์ของเลอโนโวติดอยู่ที่ขอบซ้ายบนเท่านั้น เช่นเดียวกับล่างเครื่องที่แทบจะถูกปล่อยโล่งไว้ทั้งหมด มีเพียงสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน และสติกเกอร์ระบุรายละเอียดต่างๆของตัวเครื่อง กับยางไว้รองเครื่องเท่านั้น
เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาภายใน ส่วนของหน้าจอจะใช้กระจกแบบกอลิล่ากลาส ร่วมกับหน้า Full HD ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 3800 x 1200 พิกเซล ที่สำคัญคือเป็นจอแบบ IPS ด้วย โดยมีสัญลักษณ์เลอโนโวสีเงินที่มุมซ้ายบน กล้องเว็บแคมตรงกลาง และสัญลักษณ์วินโดวส์ที่ล่างหน้าจอเท่านั้น แต่ก็น่าเสียดายที่บริเวณขอบจอยังค่อนข้างหนา ทำให้ดูแล้วตัวเครื่องจะค่อนข้างใหญ่ขึ้นมา
ในส่วนของบริเวณตัวเครื่อง จะมีการบุด้วยพลาสติกที่มีพื้นผิวคล้ายกับยางๆ ให้สัมผัสแล้วไม่รู้สึกว่าแข็งจนเกินไป โดยจะมีลวดลายจุดๆที่พื้นผิวด้วย ประกอบกับสัญลักษณ์แสดงการใช้เทคโนโลยีด้านเสียงของ JBL ที่มุมซ้ายบน และสติกเกอร์รบุหน่วยประมวลผลที่ใช้เป็น Intel Core M เครื่องแบบ UltraBook
เมื่อเจาะลึกเข้ามาที่บริเวณคีย์บอร์ด เลย์เอาท์ของคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ 4 แถว ทำให้ในการใช้งานเบื้องต้นอาจงงเล็กน้อย อย่างปุ่มเปลี่ยนภาษา (`) ไปอยู่ที่มุมขวาสุดแทน ทำให้การเปลี่ยนภาษาที่คุ้นชินอาจลำบากไปบ้าง ต้องใช้การเปลี่ยนภาษาแบบกดปุ่มวินโดวส์และสเปซบาร์แทน
ตัวคีย์บอร์ดมีขนาดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน รองรับการพิมพ์สัมผัสได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่รุ่นที่นำมาทดสอบยังไม่มีการสกรีนภาษาไทยเข้าไป แต่ถ้าคุ้นกับเลย์เอาท์คีย์บอร์ดแล้วก็สามารถใช้งานได้อย่างปกติ ที่สำคัญคือที่คีย์บอร์ดมีไฟ Backlit ด้วย ทำให้สามารถใช้งานในที่มืดได้อย่างสบายๆ
ส่วนของตัวแทร็กแพด จะให้สัมผัสที่ค่อนข้างลื่นไหล มีการแบ่งส่วนคลิกซ้าย-ขวาอย่างชัดเจน รองรับการใช้งานแบบมัลติทัช กล่าวคือการใช้ 2 นิ้วพร้อมกันเพื่อเลื่อนหน้าจอ ร่วมไปกับการใช้ 3 นิ้ว และ 4 นิ้ว ในบางแอปพลิเคชัน
อีกจุดเด่นที่สำคัญของ Yoga 3 Pro คือเรื่องของพอร์ตการเชื่อมต่อที่ให้มาค่อนข้างครบ โดยทางฝั่งซ้ายจะมี พอร์ตยูเอสบี 3.0 2 พอร์ต โดย 1 ในนั้นจะเป็นช่องสำหรับเสียบสายชาร์จด้วย ถัดมาเป็นพอร์ต miniHDMI และช่องเสียบการ์ดเอสดี
ส่วนทางฝั่งขวาจะมีพอร์ตยูเอสบี ที่มีโหมดสามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์อื่นๆได้แม้ปิดเครื่องอยู่ ช่องเสียบหูฟัง ปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มล็อกการหมุนหน้าจอ ปุ่มรีสตาต ไฟแสดงสถานะ และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง
สำหรับขนาดโดยรวมของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 330 x 228 x 12.8 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 1.18 กิโลกรัม
สเปกภายในจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่เป็น Intel Core M 5Y70 ความเร็ว 1.1 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพไปได้ถึง 2.6 GHz (เครื่องขายจริงเป็น Core M 5Y71 1.2 GHz สูงสุด 2.9 GHz) RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลเป็น SSD 256 GB กราฟิกเป็น Intel HD 5300 ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1
ขณะที่แบตเตอรีภายในตัวเครื่องให้มา 44Wh 5,900 mAh ระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ที่ราว 4-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยในตัวเครื่องก็จะมีโหมดประหยัดพลังงานอย่างการตัดการเชื่อมต่อ ลดความสว่างหน้าจอ ปรับการทำงานของซีพียู
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
จุดเด่นหลักของ Yoga 3 Pro คงหนีไม่พ้นการที่เป็น 2-1 โน้ตบุ๊ก ที่สามารถปรับหมุนได้ 360 องศา ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Tent ที่คว่ำตัวเครื่องลง เพื่อแสดงหน้าจออย่างเดียว Stand คือการใช้โน้ตบุ๊กในแนวปกติ และ Tablet ด้วยการพับหน้าจอลงไปแนบกับคีย์บอร์ด
โดยภายในเครื่องจะมีแอปที่คอยบอกรายละเอียดการใช้งานอย่าง Harmony ที่แสดงรูปแบบการใช้งานออกเป็นเปอเซนต์ และเทียบกับการใช้งานทั่วโลก โดยผู้ใช้สามารถเลือกดูสถิติได้แบบรายวัน สัปดาห์ เดือน และปี
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงผลแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยในเครื่อง รวมไปถึงเทรนด์ในการใช้งานของเครื่องอื่นๆ พร้อมกับเปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปดาวน์โหดลแอปพลิเคชันเพิ่มเติมจากวินโดวส์สโตร์มาติดตั้งเพื่อใช้งานได้ทันที
ยังสามารถเข้าไปตั้งค่าในส่วนของ Harmony Setting สำหรับควบคุมการใช้งานในโหมดต่างๆ เช่นเมื่อเปิดไฟล์เอกสาร จะปรับสีหน้าจอให้กลายเป็นสีเหลืองนวลพร้อมปรับลดความสว่างลงให้เหมือนอ่านหนังสือในโหมด Paper Display มีการปรับระบบเสียงเมื่อใช้งานโปรแกรมเล่นเพลง ภาพยนต์ เกม ในโหมด Intelligent Audio
Motion Control สำหรับการใช้ท่าทางในการควบคุมตัวเครื่อง อย่างการสั่งหยุดเล่นหนัง Full Screen ในการสลับโหมดการแสดงผลปกติเข้าสู่การแสดงผลแบบเต็มหน้าจออัตโนมัติ Energy Manager ในการปรับการใช้งานพลังงานโดยอัตโนมัติ และ Touch เพื่อปิดการสัมผัสหน้าจอการพรีเซนต์เมื่ออยู่ในโหมดการใช้งานแบบโน้ตบุ๊ก
มี PC App Store สำหรับแนะนำแอปพลิเคชันที่น่าใช้งาน ซึ่งสามารถกดเข้าไปเพื่ออ่านรายละเอียด และเข้าไปดาวน์โหลดได้ทันทีเช่นเดียวกัน
ส่วน Motion Control อย่างที่กล่าวไปว่าเป็นระบบที่ใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ เพื่อสั่งงานตัวเครื่องผ่านกล้องหน้า โดยผู้ใช้สามารถทำนิ้วชี้ชูขึ้นมาเพื่อสั่งปิดเสียง ยกนิ้วโป้งขึ้นมาเพื่อหยุดเล่นภาพยนต์ที่รับชมอยู่ ปาดซ้าย-ขวา เพื่อเปลี่ยนรูปเป็นต้น ถือเป็นกิมมิคเล็กๆน้อยๆที่เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานกัน
ด้วยการที่เลอโนโวเองก็มีการทำสมาร์ทโฟนด้วย ภายในจึงมีการติดตั้ง Phone Companion เพื่อเข้ามาให้ใช้ควบคุม และจัดการแอนดรอยด์โฟน อย่างการส่งข้อความ รับสาย จากโน้ตบุ๊ก พร้อมไปกับแอปอย่าง Share It ที่ใช้ในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องผ่านไวไฟได้ทันที เพราะภายในตัวเครื่องมี ตัวรับสัญญาณ WiFi
นอกจากนี้ ก็ยังมีฟังก์ชันการจัดการพลังงาน OneKey Optimizer ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้เครื่องทำงานในโหมดประสิทธิภาพสูงที่สุด โหมดประหยัดแบตเตอรี รวมไปถึงในขณะชาร์จก็จะมีโหมดช่วยยืดอายุแบตเตอรีเข้ามาให้เลือกใช้ด้วยการรักษาประจุแบตเตอรีไว้ที่ 55-60%
ถัดมาก็คือเรื่องของการแสดงผลภาพที่ให้มากับหน้าจอความละเอียดสูง พร้อมไปกับลำโพงจาก JBL Audio ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงของ Yoga 3 Pro ให้สามารถใช้งานด้านมัลติมีเดียได้แบบเต็มรูปแบบ หรือถ้าใช้งานร่วมกับหูฟัง หรือลำโพง ก็จะมีตัวควบคุม MaxxAudio ขึ้นมาให้ปรับตั้งค่าอีควอไลเซอร์ต่างๆได้
ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการนำจุดเด่นของวินโดวส์ 8 ที่รอการอัปเดตเพิ่มเติมเป็นวินโดวส์ 10 ในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่า Yoga 3 Pro สามารถอัปเกรดเพื่อใช้งานได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจุดเด่นการใช้งานไมโครซอฟท์อย่าง โปรแกรมออฟฟิศ 365 ก็จะติดมาให้ใช้กันอย่างแน่นอน
ทั้งนี้เมื่อทำการทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบ PCmark8 Home Conventional ได้ 1,525 คะแนน Creative Conventional ได้ 1,599 คะแนน Work Conventional 2,139 คะแนน Storage ได้ 4,927 คะแนน
ส่วน 3Dmark Fire Strike 358 คะแนน Sky Driver 1,359 คะแนน Cloud Gate 2,577 คะแนน Ice Storm 28,499 คะแนน
จุดขาย
- โน้ตบุ๊ก 2-1 ที่หมุนจอได้ 360 องศา
- ตัวเครื่องมีความบาง และน้ำหนักเบา แม้จะมีขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 3800 x 1200 พิกเซล
- แป้นคีย์บอร์ดมาพร้อมไฟ LED ทำให้สามารถใช้งานในเวลากลางคืนได้
- มีกิมมิคเล็กๆน้อยๆอย่าง Motion Control มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจ
ข้อสังเกต/ตอบจุดขายหรือไม่
- ระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรี ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่ราว 4-8 ขั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
- การย้ายปุ่มเปลี่ยนภาษา (-) ไปอยู่ที่มุมขวา อาจส่งผลกระทบกับผู้ที่ชินกับการเปลี่ยนภาษาแบบเดิมๆ ทำให้ต้องใช้การกดปุ่มวินโดวส์ และสเปซบาร์แทน
- ปุ่มทัชแพดยังไม่ฉลาดเท่าที่ควร อย่างการใช้มัลติทัช
ฟันธง! ความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป
ด้วยการที่เลอโนโววาง Yoga 3 Pro มาเป็นโน้ตบุ๊กที่เน้นการพกพาออกไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นหลัก ประกอบกับการเลือกใช้หน่วยประมวลผลที่เป็น Intel Core M ที่มีจุดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงาน และให้ความร้อนน้อย ซึ่งผลที่ออกมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะ Yoga 3 Pro เหมือนเป็นโน้ตบุ๊กที่ออกมาไว้ให้พกพาไปใช้งานได้ทุกที่
แต่ถ้ามองในแง่ของประสิทธิภาพในการใช้งาน การประมวลผลของ Intel Core M ยังแรงสู้กับ Core i5 หรือ Core i7 ไม่ได้ ดังนั้นการใช้งานส่วนใหญ่จึงจบลงที่การใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสาร ทำรูป เล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง แต่ถ้าจะนำไปเล่นเกม หรือประมวลผลอะไรหนักๆ คงต้องมองข้ามไป
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า Yoga 3 Pro ที่ 59,990 บาท ถือว่าเปิดราคามาค่อนข้างสูง แม้ว่ารุ่นที่ขายจริงจะใช้หน่วยประมวลผลเป็น Core M 1.2 GHz ก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ของความสะดวกสบายในการพกพา กับความหลากหลายที่ได้ทั้งโน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ตที่ปรับรูปแบบการใช้งานได้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หรือถ้างบไม่ถึงจะรอ Yoga 3 ทางเลอโนโวก็มีแผนจะนำเข้ามาจำหน่ายเช่นเดียวกัน
CR : ASTV
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558
กสทช.พร้อม ตร.บุกตรวจสอบสถานี ตัวรับสัญญาณ WiFi
| เจ้าหน้าที่กสทช.พร้อม สนง.ตำรวจแห่งชาติ บุกเข้าตรวจสอบสถานีวิทยุเถื่อน แหลมฉบัง |
| ขณะนี้ที่สถานีได้รื้ออุปกรร์ต่างๆไปหมดแล้ว |
จากการเข้าตรวจสอบพบ นายชนพล อิ้งพาณิชย์ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า สถานีแห่งนี้มีนายกฤษฎา ไม่ทราบนามสกุล ได้มาเช่าพื้นที่บ้านของตนเปิดเป็นสถานีวิทยุ แต่หลังจากรัฐบาลวางมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับการเปิดสถานีวิทยุ ทำให้สถานีวิทยุแห่งนี้ได้เลิก และปิดตัว และยกเลิกการเช่าบ้านของตนมานานแล้ว ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย เครื่องส่งวิทยุ สายเคเบิล และ ตัวรับสัญญาณ WiFi ได้ปลดลงหมดแล้ว
| เหลือเพียงเสาวิทยุเท่านั้นที่ยังไม่ได้รื้อ พร้อมให้รื้อออกทันที |
ขณะนี้เหลือเพียงเสาของสถานีวิทยุที่สูงประมาณ 60 เมตร ที่ยังตั้งอยู่เท่านั้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่หวั่นจะมีการลักลอบมาเปิดสถานีวิทยุอีก ตนก็จะว่าจ้างให้ช่างมาทำการรื้อถอนเสาสถานีดังกล่าวออกไป คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อความสบายใจของเจ้าหน้าที่ และหวั่นจะล้มทับบ้านของตนด้วย
| เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าตรวจสอบ พร้อมยึด ตัวรับสัญญาณ WiFi ไปด้วย |
ด้าน พ.ต.อ.พลพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาสถานีวิทยุเถื่อนทั่วประเทศมีประมาณ 10,000 สถานี โดยได้ดำเนินการรื้อถอนและหยุดดำเนินการไปจำนวนมาก แต่เหลืออีก 1,396 สถานี จะต้องเข้าไปรื้อ และยึดอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมดำเนินคดีต่อผู้ที่ยังลักลอบเปิดสถานีอยู่
ส่วนที่มาตรวจในครั้งนี้เนื่องจากยังมีเสาวิทยุตั้งอยู่ จึงต้องสั่งการให้รื้อลงให้หมด และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สายเคเบิล ตัวรับสัญญาณ WiFi ที่ถอดลงมาแล้วเจ้าหน้าที่ต้องยึดทั้งหมด
CR : ASTV
วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558
มาทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณเล่นเน็ทผ่าน WiFi ด้วยขั้นตอนง่าย (ใช้ ตัวรับสัญญาณ WiFi)
มาทำคอมตั้งโต๊ะของคุณ ให้เล่นเน็ทไร้สายได้กันดีกว่า ด้วย ตัวรับสัญญาณ Wifi แบบ USB ใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ Network ต่างๆ แบบไม่อยากใช้สาย Lan หรือถ้า Notebook จับสัญญาณ Wifi ไม่ได้ลองตัวนี้ดูครับ
ตัวรับสัญญาณ WiFi ขนาดเล็กกะทัดรัด เพียงเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต USB คอมพิวเตอร์ของคุณก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ทผ่าน WiFi ได้ทันที
![]() |
| ตัวรับสัญญาณ WiFi เชื่อมต่อผ่าน USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ |
ตัวรับสัญญาณ WiFi ขนาดเล็กกะทัดรัด เพียงเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต USB คอมพิวเตอร์ของคุณก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ทผ่าน WiFi ได้ทันที
คลิปรีวิวการใช้งาน ตัวรับสัญญาณ WiFi ติดตั้งง่ายไม่ต้องลงไดรเวอร์
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558
วิธีแก้ปัญหามือถือ Samsung ตัวรับสัญญาน WiFi ไม่เสถียร จับสัญญานไม่ดี
สำหรับท่านที่ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ Samsung และเจอ ปัญหาการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ Wi-Fi บางครั้งก็ต่อได้ บางครั้งก็ต่อไม่ได้ หรือจะต่อได้แบบติดๆ ดับๆ ก็ตาม ซึ่งถ้าหากไม่ได้เป็นปัญหาที่ตัว Hardware หรือ ตัวรับสัญญาน WiFi ในเครื่องเสีย วันนี้เรามีวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ที่จะทำให้อุปกรณ์ Samsung Galaxy ของคุณกลับมารับสัญญาน Wi-Fi ได้ลื่นปรื๊ดๆ เหมือนเดิมมาฝากครับ (หรือใครที่เพิ่งซื้อมาให้แล้วเจอปัญหา จะลองเอาวิธีนี้ไปลองดูก็ไม่ว่ากัน)
ให้เราเข้าไปที่หน้าจอการตั้งค่าก่อนครับ โดยไปที่ Settings > ตัวรับสัญญาณ WFi
เมื่อเปิดหน้าจอ Wi-Fi ขึ้นมาแล้ว ให้เราลงไปที่ Auto network switch จากนั้นแตะหนึ่งครั้ง เพื่อเอาเครื่องหมายถูกออกไป
เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ ให้เรากลับไปลองใช้อินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi แบบที่เราเคยเจอปัญหาอีกครั้ง ถ้าหากสามารถใช้งานได้ดีแล้ว ก็จบเคสไป แต่ถ้ายังไม่หาย ให้เราไปดูวิธีที่ 2 ด้านล่างเลย
(สำหรับท่านที่เปิดเมนู ตัวรับสัญญาณ WiFi แล้วไม่เจอ "Auto network switch" ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ หากมีปัญหา Wi-Fi เหมือนกัน ก็ให้ไปใช้วิธีที่ 2 ได้เลย)
วิธีที่ 2
หากลองวิธีแรกแล้วไม่หาย ต่อไปให้เราใช้วิธีดังนี้ครับ
เปิดหน้าจอ โทรศัพท์ขึ้นมา จากนั้นกด *#0011# และไม่ต้องกดอะไรต่อนะครับ ระบบจะเปิดหน้าจอ ServiceMode ขึ้นมาอัตโนมัติตามภาพด้านล่างนี้เลย
(หากกด *#0011# แล้วโหมด ServiceMode ไม่แสดงขึ้นมา ให้ลองกดเลขเหล่านี้แทน *#*#526#*#* หรือ *#*#528#*#* หรือ *#*#232339#*#*)
เมื่อหน้าจอ ServiceMode เปิดขึ้นมาแล้ว ให้แตะปุ่มเมนูเพิ่มเติมด้านบน
จากนั้นเลือกที่ ตัวรับัสญญาณ WiFi
ต่อไป แตะที่ปุม WiFi Power Save Mode จากเดิมจะแสดงเป็น "ON"ให้เราแตะให้เปลี่ยนเป็น "OFF" จากนั้นกด Back ไปเรื่อยๆ จนออกจากโหมด ServiceMode ก็เป็นอันเสร็จพิธี
จากนั้นก็ให้เราลองใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน WiFi ดูครับ
ถ้าหากว่าลองสองวิธีนี้แล้วหายดีก็ดีไป แต่ถ้ายังไม่หาย ทีนี้สงสัยคงต้องติดต่อศูนย์บริการแล้วล่ะครับ ^^
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558
ลิงค์ซิสแนะนำเราเตอร์ไร้สาย Linksys Wi-Fi Router E900 ตอบสนองความต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ใช้ร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi
| Rounter สำหรับใช้งานร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi |
Linksys Wi-Fi Router E900 ไวร์เลสเราเตอร์ราคาประหยัดรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูง ส่งสัญญาณได้รวดเร็วบนมาตรฐาน IEEE802.11n สามารถใช้ร่วมกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi ด้วยความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงสุด 300 Mbpsบนย่านความถี่ 2.4 กิกะเฮิร์ต (GHz) ผ่านเสาอากาศที่ติดตั้งภายใน 2 เสา ทำให้ ตัวรับสัญญาณ WiFi รับสัญญาณได้ดีขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยี MIMO ช่วยเพิ่มความเสถียรในการใช้งานไร้สาย มี 4 LAN พอร์ตแบบ 10/100 Mbps และ 1 Internet พอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ ADSL Modem, Cable Modem หรือFiber Media Converter (FTTX) รวมทั้งรองรับเฟิร์มแวร์ DD-WRT ที่ช่วยความสามารถให้ Linksys E900 สามารถเปลี่ยนโหมดการทำงานเป็น Wireless Repeater เพื่อขยายสัญญาณหรือขยายพื้นที่การใช้งานระบบไวร์เลส , Wireless Bridge เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์มีสายเข้าสู่โลกการสื่อสารไร้สาย ฯลฯ
LINKSYS E900 สามารถตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยแบบไร้สายได้ง่ายด้วยปุ่ม WiFi Protected SetupTM (WPS) เพื่อเชื่อมต่อกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi รองรับการใช้งาน Web Browser ทั้ง IE, FireFox, Safari และ Chrome เหมาะกับการใช้งานเครือข่ายขนาดเล็กสำหรับติดตั้งใช้งานใน บ้านหรืออพาร์ทเมนท์
วางจำหน่ายแล้วในราคา 1,230 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ผ่านตัวแทนจำหน่ายผู้ค้าปลีก พันธุ์ทิพพลาซ่า, ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน, เซียร์ รังสิต, และ บานาน่าไอทีทุกสาขา
CR : newswit
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














